ชวนสำรวจดอกไม้ บนเกาะกลางถนนหาดใหญ่ สีสันเล็ก ๆ ที่เติมชีวิตชีวาให้เมือง

ท่ามกลางความเร่งรีบของผู้คนและการสัญจรบนท้องถนน หลายคนอาจมอง “เกาะกลางถนน” เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของการจัดระเบียบการจราจร แต่ในอีกมุมหนึ่ง พื้นที่เล็ก ๆ ตรงนี้กลับมีบทบาทมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อได้รับการดูแลและปลูกต้นไม้หรือไม้ดอกอย่างเหมาะสม พื้นที่เหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเติมสีสัน ความสดชื่นให้กับเมืองได้อย่างชัดเจน ต้นไม้บนเกาะกลางถนนยังมีส่วนช่วยในด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยดักจับฝุ่นละอองจากการจราจร ลดความร้อนจากพื้นผิวถนน และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้บรรยากาศโดยรอบได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในเขตเมืองที่เผชิญกับมลภาวะต่าง ๆ การมีพื้นที่สีเขียวแม้เพียงเล็กน้อยก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้สภาพแวดล้อมดูดีขึ้น

ต้นไม้บางชนิดยังช่วยเพิ่มมิติให้เส้นทางสัญจรดูชัดเจนขึ้น ทำให้แนวถนนมีความต่อเนื่องและดูเป็นระเบียบ หากมีการออกแบบและดูแลอย่างเหมาะสม ก็สามารถช่วยเสริมความปลอดภัยทางสายตาให้กับผู้ขับขี่ได้อีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การปลูกต้นไม้บนเกาะกลางถนนควรคำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่ ไม่บดบังทัศนวิสัย ป้ายจราจร รวมถึงต้องเลือกพันธุ์ไม้ที่ทนต่อสภาพอากาศ ดูแลรักษาได้ง่าย และไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อระบบจราจร

และเมื่อมองไปยังต้นไม้ต่าง ๆ บนเกาะกลางถนนบริเวณถนนเพชรเกษม ถนนศรีภูวนารถ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มักจะเห็นลำต้นหรือดอกของกลุ่มพืชพรรณที่มีลักษณะคล้ายกัน จนอาจมีการเรียกชื่อผิดอยู่บ้าง โดยเฉพาะพืชในกลุ่ม “ตะแบก เสลา อินทนิล” ซึ่งเป็นพรรณไม้กลุ่มพืชมีดอกในวงศ์ Lythraceae ด้วยลักษณะเด่นของสีดอกที่คุมโทนม่วงเป็นหลัก ได้แก่ ม่วงเข้ม ม่วงอ่อน และม่วงอมชมพู อีกทั้งยังมีสีขาวประปราย ความสวยงามและความแตกต่างของดอกเพียงเล็กน้อยนี้ทำให้เกิดความสับสนในสายพันธุ์

คุณบัญชร วิเชียรศรี สถานีวิทยุ ม.อ.หาดใหญ่ ให้ข้อมูลว่า บริเวณเกาะกลางถนนศรีภูวนารถ และเกาะกลางถนนเพชรเกษม มีต้นไม้ที่เราจะเห็นดอกเป็นระยะโดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน คือ “ต้นเสลา” มีดอกสีม่วงค่อนข้างใหญ่ ลำต้นสีเทาเข้ม ผิวขรุขระ และมีรอยแตกเป็นร่องตื้น ๆ ใบมีลักษณะแหลม โคนใบมน แผ่นใบหนา เป็นพืชที่เหมาะกับสภาพแห้งแล้งเมื่อเกิดความแล้งมาก ๆ จะมีการสลัดใบแล้วถูกแทนที่ด้วยช่อดอกสีม่วงที่มีลักษณะทิ้งช่อระย้าลงมายาว ๆ เมื่อถูกลมพัดช่อดอกจะแกว่งไปมาอย่างงดงาม

ส่วน “ต้นตะแบก” ที่อยู่เกาะกลางถนนตั้งแต่สามแยกคลองเรียนไปถึงประมาณหน้าโรงแรมบุรีศรีภู จะมีต้นที่โดดเด่นอยู่หนึ่งต้น ต้นตะแบกเป็นหนึ่งในไม้ตระกูลที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี ลักษณะของเปลือกลำต้นเรียบเป็นมันและหลุดล่อนคล้ายลำต้นฝรั่ง ดอกออกตามปลายกิ่งชูช่อตามเรือนยอด มีตั้งแต่สีม่วงไปจนถึงม่วงอมชมพู และเมื่อดอกแก่จะเปลี่ยนเป็นสีขาว ซึ่งในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่เมื่อ 20 ปีก่อน ต้นตะแบกชุดนี้เคยถูกตัดแต่งเป็นทรงพุ่มที่สวยงาม แต่ปัจจุบันไม่ได้รับการดูแลรักษาต่อเนื่อง จึงเกิดฟอร์มต้นที่โดดเด่นไปตามธรรมชาติ

ส่วนบริเวณเกาะกลางถนนหน้าโรงเรียนโรงเรียนสมบูรณ์กุลกันยา ก็เต็มไปด้วยต้นเสลาที่มีอายุประมาณ 20 ปี ได้ออกดอกบานสะพรั่งเป็นสีม่วงอ่อน ๆ ส่วนบริเวณทางเท้าหน้าโรงเรียนจะมีต้นตะแบก เห็นได้ชัดว่าต้นไม้เหล่านี้มักถูกปลูกอยู่ใกล้กัน ถัดมาที่บริเวณเกาะกลางถนนเพชรเกษมระหว่างวงเวียนน้ำพุ มาถึงเชิงสะพานลอย จะมีต้นตะแบกอยู่ประมาณ 4 ต้น ถัดจากนั้นมา ต้นที่ 5 จะเป็นต้นเสลายาวไปถึงบริเวณหน้าหอนาฬิกา เห็นได้ชัดว่าเป็นต้นที่ดูสมบูรณ์แข็งแรงมาก โดยมีอายุประมาณ 30 กว่าปี

นอกจากนี้โซนหาดใหญ่ใน (บริเวณถนนเพชรเกษมก่อนถึงสะพานข้ามคลอง ร.1 ยาวไปถึงหน้ามัสยิดควนลัง) บนเกาะกลางถนนจะเต็มไปด้วย “ต้นเหลืองปรีดียาธร” เป็นหนึ่งในพืชตระกูลตาเบบูญ่าที่นำเข้ามาปลูกในเมืองไทย “เหลืองปรีดียาธร” มีเครือญาติอย่างต้นเหลืองอินเดีย และต้นเหลืองเชียงราย ที่มีลักษณะทรงพุ่มดอกคล้ายกัน แต่บุคลิกใบของเหลืองปรีดียาธร จะแตกต่างด้วยลักษณะใบรูปนิ้วมือ (ส่วนใหญ่ประกอบด้วยใบ 5 แฉก) มีลักษณะยาว ปลายใบมน ๆ มีฝักป้อม ๆ คล้ายเมล็ดข้าวเปลือก ในขณะที่เหลืองอินเดียและเหลืองเชียงราย มีลักษณะใบแบบป้อม ๆ ปลายแหลม แต่เหลืองอินเดียจะไม่มีฝัก ส่วนเหลืองเชียงรายฝักยาวมีขน ดอกไม้ทั้ง 3 ชนิดนี้ เราจะเห็นได้ชัดมากในช่วงหน้าร้อน โดยดอกจะผลิบานเป็นสีเหลืองสะพรั่งทั้งต้นจนแทบไม่เห็นใบสีเขียว

เห็นได้ชัดว่าแม้จะเป็นพื้นที่เพียงเล็กน้อยกลางถนน แต่เมื่อได้รับการออกแบบอย่างตั้งใจ เกาะกลางถนนก็สามารถเป็นมากกว่าพื้นที่แบ่งช่องทางจราจร เพราะต้นไม้และไม้ดอกที่ปลูกอยู่ตรงนั้นไม่เพียงช่วยเพิ่มความสดใสให้เมือง แต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่ และสะท้อนถึงความใส่ใจในคุณภาพชีวิตของผู้คนในเมืองด้วยเช่นเดียวกัน

ขอบคุณผู้รวบรวมและให้ข้อมูล: บัญชร วิเชียรศรี | ธีรภัทร อรุณรัตน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *