ชุดผ้าลายพระราชทาน   สู่เวที ครม.สัญจร จากภูมิปัญญาชุมชน สู่ Soft Power

ผ้าทอลายราชวัตร เกาะยอ– ผ้าบาติก “ลายพระราชทานบุปผาบรมราชินีนาถ”

สู่เวที ครม.สัญจร จากภูมิปัญญาชุมชน สู่ Soft Power

จากเส้นด้ายที่ถูกถักทอทีละเส้น และลวดลายที่บรรจงแต้มลงบนผืนผ้าอย่างปราณีตด้วยฝีมือช่าง กลายเป็นเรื่องราวของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของจังหวัดสงขลา เมื่อ “ผ้าทอลายราชวัตร เกาะยอ” และ “ผ้าบาติกลายพระราชทานบุปผาบรมราชินีนาถ”  ได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกายสำหรับคณะรัฐมนตรี ในโอกาสการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569

ลายราชวัตร” จากเรื่องราวในอดีต สู่เสื้อ ครม.

“ลายราชวัตร” เป็นหนึ่งในลวดลายผ้าทอที่มีเอกลักษณ์ของเกาะยอ โดยมีเรื่องราวเชื่อมโยงกับการเสด็จประพาสเกาะยอของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2443 ซึ่งมีเรื่องเล่าว่า พระองค์ได้ เสด็จผ่านบ้านของ “ทวดก่ำ” ชาวบ้านที่กำลังทอผ้าอยู่ และได้นำผ้าทอขึ้นถวาย เดิมผืนผ้าดังกล่าวมีชื่อว่า “ลายคอนกเขา” และ “ลายก้านแย่ง” แต่ด้วยความงดงามและเอกลักษณ์ของลวดลาย จึงได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า “ลายราชวัตร” กลายเป็นหนึ่งในลวดลายผ้าทอที่เป็นอัตลักษณ์ของเกาะยอและจังหวัดสงขลามาจนถึงปัจจุบัน

การทอผ้าลายราชวัตรต้องอาศัยทั้งความชำนาญและความละเอียดของช่าง ตั้งแต่การจัดเรียงเส้นด้าย การเดินด้ายที่มีความยาวถึง 200 เมตร ไปจนถึงเทคนิค “กลับก้ามปู” ซึ่งทำให้เกิดจังหวะการสลับสีอันเป็นเอกลักษณ์ โดยช่างหนึ่งคนสามารถผลิตผ้าได้ประมาณ 2–3 เมตรต่อวันเท่านั้น

นายวิชัย มาระเสนา ประธานกลุ่มราชวัตถ์แสงส่องหล้า 1  กล่าวว่า การอนุรักษ์และฟื้นฟูผ้าทอเกาะยอเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 หลังชาวบ้านประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจและไม่สามารถจำหน่ายผ้าผ่านพ่อค้าคนกลางได้ จึงเกิดการรวมตัวของชาวบ้านและก่อตั้งกลุ่มอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการฟื้นฟู อนุรักษ์ และสืบทอดลวดลายผ้าโบราณที่กำลังสูญหาย ปัจจุบันสมาชิกกลุ่มเหลือ 9 คน เนื่องจากข้อจำกัดด้านสุขภาพและอายุ แต่ภารกิจในการรักษาภูมิปัญญายังคงเดินหน้าต่อไป

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มสามารถฟื้นฟูลวดลายผ้าเก่าได้เกือบ 60 ลาย และนำมาต่อยอดให้เข้ากับการใช้งานในปัจจุบัน ทั้งลายราชวัตรขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ลายแบน และลายสี่เหลี่ยม รวมถึงการทอผ้าผืนใหญ่ที่สามารถผสมลายราชวัตรได้ถึง 9 ลายในผืนเดียว นอกจากนี้ ยังนำผ้าทอมาเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปเป็นผ้าคลุมไหล่ และนำมาประยุกต์ให้เหมาะกับการใช้งานในยุคปัจจุบัน

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกลุ่ม คือการที่ “ลายราชวัตร” ได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกายสำหรับคณะรัฐมนตรี โดยเลือกใช้ผ้าสีน้ำเงิน ผสมด้ายสีทอง สีขาว และสีดำ เมื่อนำมาทอรวมกันทำให้เกิดมิติของสีในโทนม่วงเหลื่อมอย่างโดดเด่น ก่อนนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อสำหรับคณะรัฐมนตรีในการประชุมที่จังหวัดสงขลา

การได้รับเลือกในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการผลิตผ้าตามคำสั่งซื้อ แต่เป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ผืนผ้าจากชุมชนเล็ก ๆ บนเกาะยอได้ก้าวออกสู่สายตาคนทั่วประเทศ พร้อมนำเรื่องราวของภูมิปัญญาที่คนรุ่นก่อนร่วมกันรักษาและส่งต่อกลับมาเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจอีกครั้ง

 “ผ้าบาติกสงขลา” ผสานลายพระราชทานกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น

อีกหนึ่งผลงานจากภูมิปัญญาชาวสงขลา คือผ้าบาติกจากกลุ่ม ME-D NA THAP อำเภอจะนะ ที่กำลังเร่งผลิตผืนผ้าชุดพิเศษ เพื่อตัดเย็บเป็นเสื้อสำหรับคณะรัฐมนตรี สวมใส่ในกิจกรรมช่วงเย็น วันที่ 31 สิงหาคมนี้ ในโอกาสการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ “ครม.สัญจร” ที่จังหวัดสงขลา

ความโดดเด่นอยู่ที่การนำแรงบันดาลใจจาก “ลายบุปผาบรมราชินีนาถ” มาประยุกต์เข้ากับอัตลักษณ์ของสงขลา ทั้งดอกไม้พระราชทาน ลายขอสมเด็จฯ–เจ้าฟ้า ผสานกับ “นางเงือก” สัญลักษณ์สำคัญด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด และ “ลายราชวัตรสงขลา” ที่นำมาตัดทอนให้เหมาะกับเทคนิคการทำบาติก

กระบวนการผลิต ยังคงยึดหัวใจสำคัญของงานบาติก คือ การกั้นสีด้วยเทียน โดยใช้ทั้งบล็อกไม้และบล็อกโลหะในการพิมพ์เทียน ก่อนลงสีและสร้างรายละเอียดของลวดลาย ส่วนเทคนิคการโรยเกลือถือเป็นจุดเด่นของผ้าชุดนี้ ช่วยสร้างพื้นผิวและลวดลายที่แตกต่างกันในแต่ละผืน โดยเลือกใช้ “สีครามน้ำทะเล” เป็นโทนสีหลัก เพื่อสื่อถึงทะเลและภูมิทัศน์ของจังหวัดสงขลา ทำให้ผืนผ้าเชื่อมโยงทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม สัญลักษณ์การท่องเที่ยว และภูมิปัญญาการทำผ้าบาติกของคนในท้องถิ่น

จากภูมิปัญญาชุมชน สู่ Soft Power

นายธณกร สุขเมตตา ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ แบรนด์ ME-D NA THAP บอกว่า รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจที่ได้รับโอกาสผลิตผ้าสำหรับคณะรัฐมนตรี เพราะนอกจากจะได้ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของสงขลาผ่านผืนผ้าในโอกาสสำคัญแล้ว ยังเป็นโอกาสให้ผลงานของช่างฝีมือในพื้นที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ครั้งนี้ ME-D NA THAP ผลิตผ้าบาติกประมาณ 150 ถึง 200 เมตร และสามารถดำเนินการผลิตได้ทันตามความต้องการ มากไปกว่านั้น การที่ผ้าบาติกสงขลาถูกนำขึ้นสู่เวทีระดับประเทศ ยังสะท้อนอีกมิติของ “Soft Power” ที่ไม่ได้มีเพียงเรื่องความสวยงาม แต่เป็นการนำวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และเรื่องราวของคนในชุมชนออกไปสู่สายตาผู้คน

เพราะทุกครั้งที่มีการสวมใส่ผ้าไทย ไม่ได้หมายถึงเพียงแฟชั่น แต่ยังหมายถึงการส่งต่ออาชีพ รายได้ และโอกาสให้กับช่างฝีมือและผู้ประกอบการในท้องถิ่น เช่นเดียวกับผ้าบาติกสงขลาผืนนี้ ที่กำลังเดินทางจากโต๊ะทำงานของช่างฝีมือในอำเภอจะนะ ไปสู่เวทีการประชุม ครม.สัญจร

จากภูมิปัญญาท้องถิ่น… สู่เวทีระดับประเทศ

และจากผืนผ้าหนึ่งผืน… สู่การบอกเล่าเรื่องราวของ “สงขลา” ให้คนทั่วโลกได้รู้จัก

สำหรับการประชุม ครม.สัญจร จังหวัดสงขลา มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน 2569 โดยมีวาระสำคัญเกี่ยวกับการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย รวมถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการบริหารจัดการน้ำ

นอกจากนั้น ยังมีการจัดสรรงบประมาณ 90 ล้านบาท สำหรับโครงการก่อสร้างรั้วชายแดนในจังหวัดนราธิวาส ระยะทาง 12 กิโลเมตร โดยจะเริ่มดำเนินการในพื้นที่อำเภอแว้ง

ขอบคุณภาพและข้อมูล : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *