เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศ รายจังหวัด ปี 2569 (Domestic Tourism Statistics ( Classify by region and province 2026 )) โดยเปิดเผยสถิติและรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนไตรมาสแรกปี 2569 (เดือนมกราคม – มีนาคม) ประเทศไทยมีผู้เยี่ยมเยือนรวมทั้งสิ้น 92.85 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 1.44 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา โดยจังหวัดที่มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ภูเก็ต กาญจนบุรี และเชียงใหม่ ตามลำดับ ขณะเดียวกันรายได้จากผู้เยี่ยมเยือน รวมทั้งสิ้น 7.50 แสนล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 0.65 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาโดยจังหวัดที่มีรายได้สูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ตามลำดับ
นิยามของผู้เยี่ยมเยือน (อ้างอิง ; แนวทางการจัดเก็บข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวไทย)หมายถึง ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่มิใช่ถิ่นที่อยู่ปกติ เป็นเวลาน้อยกว่า 1 ปี โดยมีวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น ติดต่อธุรกิจ พักผ่อน หรือจุดประสงค์ส่วนตัวอื่น ๆ ที่มิใช่เพื่อการจ้างงานในประเทศที่ไปเยี่ยมเยือน โดยผู้เยี่ยมเยือน ยังสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ นักท่องเที่ยว หมายถึง ผู้เยี่ยมเยือนที่เดินทางท่องเที่ยว และค้างคืนในระหว่างการเดินทาง หรือมีระยะเวลาพานักในประเทศ/จังหวัดนั้น ๆ ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ส่วนนักทัศนาจร หมายถึง ผู้เยี่ยมเยือนที่เดินทางท่องเที่ยวแบบเช้าไป – เย็นกลับ
จากรายงานฉบับดังกล่าวพบว่า ภูมิภาคที่มีผู้เยี่ยมเยือนมากที่สุด คือ
ภาคกลาง (24.90 ล้านคน), ภาคใต้ (15.55 ล้านคน), ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (13.27 ล้านคน),
ภาคตะวันออก (12.78 ล้านคน) และภาคเหนือ (12 ล้านคน) ตามลำดับ
แต่ภูมิภาคที่มีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนมากที่สุด คือ
ภาคใต้ (2.6 แสนล้านบาท), ภาคตะวันออก (1.1 แสนล้านบาท), ภาคเหนือ (6.5 หมื่นล้านบาท), ภาคกลาง (6.1 หมื่นล้านบาท) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (2.9 หมื่นล้านบาท) ตามลำดับ
ส่วนกรุงเทพมหานคร (เมืองหลวงซึ่งในรายงานฯ ไม่ได้จัดอยู่ในภูมิภาคใด) มีผู้เยี่ยมเยือนรวมทั้งสิ้น 14.34 ล้านคน ส่วนรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนรวม 2.2 แสนล้านบาท


สถิติผู้เยี่ยมเยือนของภาคใต้ (จัดอันดับ) ภาคใต้มีผู้เยี่ยมเยือนมากเป็นอันดับสองของประเทศ โดยมีผู้เยี่ยมเยือนภาคใต้มากถึง 15.55 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 1.33 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา ซึ่งจัดลำดับจังหวัดที่มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนสูงสุดไปต่ำสุดของภาคใต้ ได้แก่ ภูเก็ต (3.81 ล้านคน), สุราษฎร์ธานี (2.34 ล้านคน), กระบี่ (1.83 ล้านคน), สงขลา (1.82 ล้านคน),นครศรีธรรมราช (1.28 ล้านคน), พังงา (1.13 ล้านคน), สตูล (5.39 แสนคน), ชุมพร (5.11 แสนคน), ยะลา (5.06 แสนคน), พัทลุง (4.95 แสนคน), ตรัง (4.85 แสนคน), นราธิวาส (3.55 แสนคน), ระนอง (2.48 แสนคน) และปัตตานี (1.71 แสนคน)
ขณะเดียวกันรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนของภาคใต้สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ รวมทั้งสิ้น 2.6 แสนล้านบาท หดตัวร้อยละ 0.11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยจัดลำดับจังหวัดที่มีผู้เยี่ยมเยือนสูงสุดไปต่ำสุด ได้แก่
ภูเก็ต (1.46 แสนล้านบาท), สุราษฎร์ธานี (3.8 หมื่นล้านบาท), กระบี่ (2.8 หมื่นล้านบาท), พังงา (1.5 หมื่นล้านบาท), สงขลา (1.1 หมื่นล้านบาท), นครศรีธรรมราช (4.9 พันล้านบาท), ตรัง (2.3 พันล้านบาท), ชุมพร (1.96 พันล้านบาท), ยะลา (1.92 พันล้านบาท), นราธิวาส (1.2 พันล้านบาท), พัทลุง (1.04 พันล้านบาท), ระนอง (9.2 ร้อยล้านบาท) และปัตตานี (5.1 ร้อยล้านบาท)
การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2569 (ไตรมาสแรก) ของจังหวัดสงขลาปฏิเสธไม่ได้ว่าอุทกภัยที่เกิดขึ้นในปลายปีที่ผ่านมายังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลา แสดงให้เห็นผ่านตัวเลขทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยจังหวัดสงขลามีผู้เยี่ยมเยือน รวมทั้งสิ้น 1.82 ล้านคน หดตัวร้อยละ 7.03 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนก็หดตัวร้อยละ 7.19 โดยมีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนรวมทั้งสิ้น 1.15 หมื่นล้านบาท แม้ว่าต้องเผชิญกับอุกทกภัยและอยู่ในห้วงเวลาของการเร่งฟื้นฟูเมืองจากอุทกภัยให้กลับมาเป็นปกติ แต่รายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาก็ยังเป็น 1 ใน 10 จังหวัด ที่มีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนมากที่สุดในประเทศไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569
.
สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่: https://www.mots.go.th/news/category/820
อ้างอิง ; กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา : สถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศ รายจังหวัด ปี 2569 (Domestic Tourism Statistics ( Classify by region and province 2026 ))
ผลงานข่าวโดย : นายอัฟฟันดี้ หนูโสย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย (นักเรียนฝึกงาน สถานีวิทยุ ม.อ.หาดใหญ่)









