เบื้องหลังเนื้อปูก้อนสวยๆ ที่ผู้บริโภคได้รับประทานกันอย่างสะดวกสบาย รู้หรือไม่ว่าต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดของแรงงาน? จากโจทย์คุณภาพชีวิตของแรงงานโรงงานแปรรูปปูม้าส่งอกในจังหวัดสุราษฎร์ธานี รอง ศาสตราจารย์ ดร. ปฐมา เสนทอง และทีมวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ได้ลงพื้นที่ และพบว่าแรงงานแกะปูต้องทำงานซ้ำๆ นานถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน ส่งผลให้เกิดอาการเอ็นอักเสบ มือชา ปวดข้อมือ และในระยาว (5-10 ปี) อาจรุนแรงถึงต้องต้องผ่าตัดหรือใช้ชีวิตประจำวันลำบาก เช่น การแปรงฟันหรือใช้ช้อนกินข้าวไม่ได้ ซึ่งงานแกะปูเป็นงานประณีต เครื่องจักรยังทำแทนไม่ได้ 100% เพราะต้องรักษาความสวยงามของเนื้อปูก้อนเพื่อการส่งออกและเพิ่มมูลค่า (Yield) แรงงานทั้ง 39 คนของโรงงานแห่งนี้จึงเป็นกำลังสำคัญที่โรงงานขาดไม่ได้ แต่เดิมแผนกเลาะกระดองจะใช้ช้อนสั้นกินข้าวมาดัดแปลง งอหางช้อนเพื่อใช้แงะ ทำให้เกิดการกดทับที่ฝ่ามือตลอด 8 ชั่วโมง ส่วนแผนกแกะเนื้อใช้มีดแกะสลักด้ามเล็กสีแดง ซึ่งทำให้ต้องใช้แรงเกร็งปลายนิ้วและกล้ามเนื้อมัดเล็กสูงมาก ซึ่งอุปกรณ์ทั้งสองประเภทอาจนำไปสู่โรคเอ็นอักเสบ อาการมือชา และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

เมื่อ “โจทย์สังคม” กลายเป็น “งานวิจัย”
ทีมวิจัยได้บูรณาการศาสตร์ด้าน อาชีวอนามัยและความปลอดภัยร่วมกับวิศวกรรมศาสตร์เพื่อสร้างอุปกรณ์ต้นแบบที่มีจุดเด่นสำคัญโดยออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomics) มีการวัดขนาดมือแรงงานเพื่อออกแบบด้ามจับให้มีขนาด S, M, L ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ลดการบิดข้อมือ บวกกับการใช้วัสดุมาตรฐานสากลที่ไม่แข็งหรือนิ่มเกินไปเพื่อลดการกดทับเส้นประสาท และเป็นเกรดอาหาร (Food Grade) ตามมาตรฐาน HACCP และ GMP ซึ่งอุปกรณ์ใหม่ช่วยให้ทำงานได้สบายขึ้น ลดความเมื่อยล้า แต่ยังคงความเร็วและรักษาคุณภาพเนื้อปูให้สวยงามเพื่อการส่งออกได้ดีดังเดิม ซึ่งผลการทดลองใช้อุปกรณ์ใหม่ที่ทีมวิจัยออกแบบผลปรากฎว่าแรงงานผู้ใช้มีความพึงพอใจ โดยระบุว่าจับถนัดมือขึ้น ออกแรงง่ายขึ้น ความเร็วในการแกะยังคงเท่าเดิม เนื้อปูยังสวยงามสมบูรณ์ตามมาตรฐานการส่งออก ความเมื่อยล้าระหว่างวันลดลง และรู้สึกทำงานสบายขึ้น
มากกว่าแค่อุปกรณ์ แต่คือ “Blueprint” ของอุตสาหกรรม
งานวิจัยชิ้นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดการบาดเจ็บของแรงงานที่เป็นกำลังหลักของโรงงานเท่านั้น แต่ทีมวิจัยยังได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ (Blueprint)ระยะยาว 5-10 ปีให้กับสถานประกอบการ เพื่อต่อยอดสิ่งเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต เช่น กระดองปูและน้ำต้มปู ให้กลายเป็นปุ๋ยและสารให้ความกลมกล่อม (Umami) เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างครบวงจร นอกจากนั้นทีมวิจัยมีแผนที่จะพัฒนาอุปกรณ์ให้มีความล้ำสมัยด้วยการเลือกใช้วัสดุที่ดูทันสมัยและน่าสนใจมากขึ้นกว่ารุ่นปัจจุบัน เพื่อยกระดับให้เป็นนวัตกรรมที่ดูเป็นเทคโนโลยีระดับสูง ดีไซน์ทันสมัยขึ้น เข้าถึงคนรุ่นใหม่ โดยไม่ได้มองเพียงแค่การใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่อาจขยายผลไปสู่การเป็นอุปกรณ์ต้นแบบสำหรับวางจำหน่ายในอนาคตสำหรับคนทั่วไปที่ชอบทานปูหรือร้านอาหารที่ต้องการอุปกรณ์ในการแกะปู




ภาคอุตสาหกรรรมหรือผู้ประกอบการที่สนใจนวัตกรรมแกะเนื้อปูสามารถติดต่อได้ที่ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ม.อ. วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี หรือ สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 074-286940









