ท่ามกลางเสียงดนตรี กลิ่นอาหารและผู้คนที่เดินเที่ยวงาน “PSU Bazaar On Ground มนต์รักม.อ.” มีจุดเรียนรู้เล็กๆที่ไม่ได้มีไว้ถ่ายรูปหรือขายอาหาร แต่กลับมีคนแวะเวียนมาไม่ขาดสาย คือสถานีคัดแยกขยะก่อนทิ้ง
สถานีคัดแยกขยะของงานมีสองจุดคือทางเข้างานและใกล้จุดอำนวยการ ทั้งสองจุดมีโต๊ะ ถัง และถุงใบเขื่องสำหรับทิ้งขยะหลายประเภท บนโต๊ะมีถัง ข้างโต๊ะตั้งถุงใส่ขยะใบใหญ่เรียงรายหลายใบ แต่ละใบมีหน้าที่ต่างกัน บางใบสำหรับแก้วพลาสติก บางใบสำหรับแก้วกระดาษ ฝาขวด ถุงหิ้ว หรือบรรจุภัณฑ์ชนิดต่างๆ

สถานีคัดแยกขยะมีอาสาสมัครแยกขยะจากชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ม.สงขลานครินทร์คอยอธิบาย ช่วยเทน้ำ ล้างคราบ และส่งขยะแต่ละชิ้นลงถังและถุงขยะที่จัดเตรียมไว้ ภาพทั้งหมดอาจดูเหมือนขั้นตอนเล็กๆแต่เบื้องหลังนั้นผ่านการเตรียมตัวอย่างจริงจัง ก่อนเริ่มงาน สมาชิกชมรมกว่า20 คนเข้ารับการอบรมและทำเวิร์คช็อปกับมูลนิธิรักบ้านเกิดภาคใต้เพื่อเรียนรู้ตั้งแต่วิธีแยกขยะที่ถูกต้อง ปลายทางของขยะแต่ละประเภท การสร้างมูลค่าและประโยชน์จากขยะ การอบรมช่วยให้สมาชิกชมรมเข้าใจบทบาทตัวเชื่อมที่ทำหน้าที่คัดแยกขยะระหว่างผู้ทิ้งกับปลายทาง ซึ่งในงาน PSU Bazaar On Ground ปีนี้มีการเพิ่มจำนวนถังขยะให้มากขึ้นและละเอียดกว่าปีก่อน
“เราได้รู้ว่าขยะทุกชิ้นควรมีปลายทางที่ชัดเจน” พีรดา รักษาพล ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ม.อ.บอกถึงสิ่งที่สมาชิกได้รับจากการอบรม
แก้วเครื่องดื่มหนึ่งใบไม่ได้ถูกโยนทิ้งรวมกันทันที เมื่อผู้ร่วมงานนำมาถึงจุดคัดแยก จะได้รับคำแนะนำการจัดการ คัดแยก และทิ้งอย่างเหมาะสม เช่นจะต้องเทน้ำ น้ำเข็งหรือเศษผลไม้ออกจากแก้ว จากนั้นแยกถุงหิ้ว ฝา ตัวแก้วออกจากกัน หากยังมีคราบสกปรกก็ต้องล้างและเช็ค เพื่อป้อนกันกลิ่นและการเน่าเสียระหว่างการส่งต่อ
ส่วนกล่องอาหารจะเริ่มจากการแยกเศษอาหาร ก่อนนำกล่องไปทำความสะอาด เช็คให้แห้ง และแยกตามชนิดวัสดุว่าเป็นกระดาษหรือพลาสติก

ทั้งหมดนี้ทำให้ขยะไม่ได้จบชีวิตลงในถังใบเดียว แต่ถูกเตรียมให้พร้อมสำหรับการรีไซเคิล การแปรรูปหรือส่งไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรมตามความเหมาะสม โดยมูลนิธิรักบ้านเกิดภาคใต้เป็นผู้ประสานงานและส่งต่อไปยังปลายทางต่างๆ
ตลอดช่วงงานตั้งแต่ 4 โมงเย็นถึง 4 ทุ่ม อาสาสมัครแยกขยะผลัดเปลี่ยนประจำจุดคัดแยก บางคนช่วยอธิบายวิธีแยก บางคนสวมถุงมือล้างภาชนะ และบางคนคอยช่วยผู้ร่วมงานที่ถือของเต็มสองมือ
ไม่ได้เรียกร้องให้ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องขยะ เพียงแค่หยุดสักครู่ก่อนทิ้งและยอมเสียเวลาเพิ่มอีกเล็กน้อย
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจระบบตั้งแต่ครั้งแรก ผู้ร่วมงานมีทั้งนักศึกษา เด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ บางคนคุ้นเคยกับการแยกขยะอยู่แล้ว ขณะที่บางคนยังสงสัยว่าทำไมแก้วน้ำหนึ่งใบจึงต้องแยกออกเป็นหลายส่วน แต่บทสนทนาสั้นๆหน้าถังขยะนี่เองที่ค่อยๆเปลี่ยนการทิ้งแบบเดิมให้กลายเป็นการเรียนรู้
“คนที่มาทิ้งเสียเวลานิดเดียวเพื่อช่วยเราแยก ส่วนพวกเราก็สละเวลาเดินเที่ยวงานมาช่วยกันอยู่ตรงนี้ ถ้าทุกคนช่วยกันคนละนิด ระบบแบบนี้ก็เกิดขึ้นได้จริง” พีรดากล่าว
ตลอดการจัดงาน 2 วัน มีขยะรวมทั้งหมด 392.2 กิโลกรัม โดยวันแรกของงานขยะรวมทั้งหมด 130 กิโลกรัม ส่วนวันที่สองมีขยะเพิ่มขึ้นเป็น 262.2 กิโลกรัม
ประเภทขยะมากที่สุดคือ ขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ จำนวน 154.2 กิโลกรัม รองลงมาคือ เศษอาหาร 114.6 กิโลกรัม และขยะที่สามารถนำไปใช้เป็นพลังงาน 63.2 กิโลกรัม
ส่วนประเภทขยะรีไซเคิลมีทั้งหมด 47.6 กิโลกรัม แบ่งเป็น แก้วพลาสติก 13.8 กิโลกรัม ขวดน้ำ 11.2 กิโลกรัม ถุงพลาสติก 8.4 กิโลกรัม กระดาษลัง 7.6 กิโลกรัม กล่องพลาสติก 6.2 กิโลกรัม กระป๋อง 0.4 กิโลกรัม
ขยะที่นำไปใช้เป็นพลังงานมีทั้งหมด 63.2 กิโลกรัม ประกอบด้วย แก้วกระดาษ 31.8 กิโลกรัม กล่องและถุงกระดาษ 12.2 กิโลกรัม พลาสติกประเภทอื่น ๆ 10.8 กิโลกรัม ฝาแก้วและถุงหิ้วแก้ว 8.4 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังขยะจำพวกไม้เช่น ไม้เสียบลูกชิ้น ตะเกียบ จำนวน 12.6 กิโลกรัม
ภาพรวมสะท้อนว่า หากไม่มีการคัดแยก ขยะทั้ง 392.2 กิโลกรัมอาจถูกนำไปรวมกันและจัดการได้ยาก แต่เมื่อแยกตั้งแต่ต้นทาง ขยะแต่ละประเภทก็สามารถเดินทางไปสู่ปลายทางที่เหมาะสม ทั้งการรีไซเคิล การผลิตพลังงาน และการจัดการเศษอาหาร ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบได้อย่างเป็นรูปธรรม
ความน่าสนใจของสถานีคัดแยกขยะไม่ได้อยู่แค่จำนวนขยะที่ถูกส่งต่ออย่างถูกต้อง แต่อยู่ที่การทำให้คนเห็นว่าการจัดการขยะไม่ใช่ภาระของใครคนหนึ่ง ผู้ซื้อมีหน้าที่เลือกและทิ้งอย่างรับผิดชอบ ร้านค้ามีส่วนในการเลือกบรรจุภัณฑ์ ผู้จัดงานต้องเตรียมระบบที่เข้าใจง่าย ส่วนทีมจัดการขยะต้องมีปลายทางรองรับอย่างชัดเจน เมื่อทุกส่วนทำงานร่วมกัน ขยะที่เคยถูกมองวาไม่มีค่าอาจกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง
สถานีคัดแยกขยะเล็กๆในงาน PSU Bazaar On Ground มนต์รัก ม.อ. อาจยังไม่สามารถจัดการขยะได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยมันได้พิสูจน์ว่า งานรื่นเริงกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้
ไม่ว่างานจะเล็กหรือใหญ่ เป็นตลาดนัด งานดนตรี งานประชุมหรืองานเทศกาล การมีจุดคัดแยกที่ชัดเจน มีคนให้คำแนะนำ และมีระบบส่งต่อที่แท้จริง ย่อมกีว่า การปล่อยให้ขยะทุกชนิดถูกรวมกันจนไม่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้
เพราะการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม อาจไม่ได้เริ่มจากกิจกรรมยิ่งใหญ่เสมอไป บางครั้งการเริ่มต้นง่ายๆจากการเทน้ำออกจากแก้ว แยกฝาออกจากภาชนะ และยืนอยู่หน้าถังขยะนานอีกเพียงไม่กี่วินาที เมื่อเราทำสิ่งเล็กๆเหล่านี้บ่อยพอ ปลายทางของขยะก็อาจเปลี่ยนไป และปลายทางของงานอีเวนต์ในอนาคตก็อาจสะอาดและยั่งยืนกว่าที่เคย





ทีมข่าวสถานีวิทยุม.อ.หาดใหญ่ PSUBroadcast









