“เปลี่ยนเศษวัสดุในสวน…สู่ถ่านชีวภาพ Biochar  สร้างดินดี ลดต้นทุน เพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน”

เปลือกทุเรียน กะลามะพร้าว ทางปาล์ม หรือเศษกิ่งไม้หลังการเก็บเกี่ยว  คือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่หลายคนมองว่าเป็นเพียงขยะ บางส่วนถูกกำจัดด้วยการเผาทิ้ง กลายเป็นสาเหตุของฝุ่นควัน PM2.5 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่วันนี้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเหล่านี้กำลังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น “ทรัพยากร” ที่สร้างทั้งคุณค่าทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ผ่านนวัตกรรมที่เรียกว่า Biochar หรือ “ถ่านชีวภาพ”

คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงจัดเวทีเสวนา เคล็ดลับ Biochar สู่ความมั่งคั่งและเกษตรยั่งยืน”  ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00-17.00 น. ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ตั้งแต่หลักการผลิต การควบคุมคุณภาพ การประยุกต์ใช้ในภาคเกษตร ตลอดจนโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดสู่ Carbon Credit

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรัตน์ อโณทัย ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหาร คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อธิบายว่า ถ่าน Biochar ดูภายนอกมีลักษณะคล้ายถ่านทั่วไป แต่หากเจาะลึกลงไปแล้วทั้งคุณสมบัติ และกระบวนการผลิตต่างกันมาก  ซึ่งการผลิตถ่าน Biochar จะต้องผ่านกระบวนการไพโรไลซิส หรือการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในสภาวะที่มีออกซิเจนจำกัด ทำให้ได้ถ่านที่ได้ที่มีโครงสร้างรูพรุนจำนวนมาก ซึ่งรูพรุนของ Biochar เปรียบเสมือนฟองน้ำขนาดเล็ก สามารถกักเก็บน้ำและธาตุอาหารไว้ในดิน เป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ทำให้ดินมีความร่วนซุย ระบายอากาศดีขึ้น ลดการสูญเสียธาตุอาหารจากการชะล้าง และช่วยให้พืชสามารถใช้ประโยชน์จากปุ๋ยได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น

วัสดุที่นำมาผลิต Biochar สามารถหาได้จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลากหลายชนิด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งหาได้ง่าย   อาทิเช่น  กะลามะพร้าว ทางปาล์มน้ำมัน หรือแม้กระทั่งเปลือกทุเรียน  ที่มีข้อมูลระบุว่า ทุเรียนหนึ่งผล เมื่อแยกเนื้อออกแล้ว จะเหลือวัสดุเหลือใช้มากถึงร้อยละ 70 หากนำกลับมาแปรรูปเป็น Biochar และนำมากลับมาเป็นปุ๋ยใช้ในการเกษตร ก็จะช่วยลดต้นทุนการผลิตและลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรัตน์ ย้ำว่า การใช้ Biochar ก็มีข้อควรระวัง โดย  Biochar  ที่ผลิตเสร็จใหม่ ไม่ควรนำไปใส่ดินทันที เพราะแทนที่จะปล่อยสารอาหาร  Biochar จะไปดูดซับธาตุอาหารจากดินไว้แทน ทำให้พืชขาดอาหารได้  ดังนั้นก่อนใช้ Biochar  จะต้องผ่านกระบวนการแช่น้ำ ผสมปุ๋ยหรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ เช่น ไตรโคเดอร์มา ก่อนนำไปใช้ เพื่อให้ Biochar กลายเป็นแหล่งสะสมธาตุอาหารและจุลินทรีย์ พร้อมปลดปล่อยให้พืชได้รับอย่างต่อเนื่อง

ในงานเสวนาดังกล่าว นอกจากการจะมีการเรียนรู้หลักวิชาการแล้ว ยังมีการสาธิตเตาเผา Biochar หลากหลายรูปแบบ และยังมีการแนะแนวทางการใช้เตาเผา ที่เกษตรกรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในระดับครัวเรือน พร้อมจัดแสดงตัวอย่าง Biochar จากวัสดุเหลือใช้หลากหลายชนิด และแนวทางการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ไปสู่การใช้งานในระดับอุตสาหกรรมในอนาคต

เป้าหมายสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ คือการช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะต้นทุนด้านปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการผลิตและการใช้ Biochar ซึ่งปัจจุบันแม้จะมีเกษตรกรในภาคใต้เริ่มนำไปใช้แล้ว แต่ยังมีความแตกต่างด้านองค์ความรู้และวิธีการผลิต จึงต้องการสร้างมาตรฐานและขยายการเรียนรู้ให้แพร่หลายมากขึ้น

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานเสวนา เคล็ดลับ Biochar สู่ความมั่งคั่งและเกษตรยั่งยืน” ได้ในวันที่ 13 สิงหาคม 2569   เวลา 14.00-17.00 น. ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย  

เพราะวัสดุเหลือใช้ในสวน…หากนำมาใช้ให้ถูกวิธี ก็อาจไม่ใช่ “ของเสีย” อีกต่อไป แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ฟื้นฟูผืนดิน และสร้างเกษตรกรรมที่ยั่งยืนในอนาคต

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *