คณะเศรษฐศาสตร์ ม.อ. จัดเวทีบรรยายทางวิชาการ “RESET to RESTART : ก้าวต่อไปของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางมรสุมวิกฤตซ้อนวิกฤต”

เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญคำถามสำคัญว่า…จากประเทศที่เคยเติบโตอย่างรวดเร็ว และเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งของเอเชีย วันนี้เหตุใดการเติบโตจึงชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง และประเทศไทยจะเดินต่อไปอย่างไร ท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายด้าน คำถามนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาวิเคราะห์ในเวทีบรรยายทางวิชาการ “RESET to RESTART : ก้าวต่อไปของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางมรสุมวิกฤตซ้อนวิกฤต” ซึ่งจัดโดยศูนย์บริการวิชาการ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมี รศ.ดร.อภิชาติ สถิตนิรามัย ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง การพัฒนาเศรษฐกิจและนโยบายสาธารณะ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้บรรยาย

รศ.ดร.อภิชาติ ระบุว่า ประเทศไทยไทยกำลังเผชิญ “วิกฤติกำลังสอง” เพราะไม่ได้มีเพียงปัญหาอัตราเศรษฐกิจโตต่ำ แต่ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน เห็นได้ชัดจากตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ที่ไทยขยายตัวเพียงร้อยละ 1.9 สะท้อนการเติบโตที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ถือเป็นอันดับสุดท้าย ใน 6 ประเทศอาเซียน ซึ่งไทยเรารั้งท้ายอาเซียนมาหลายปีแล้ว และยังไม่มีแนวโน้มแซงกลับไปที่เดิม จนประเทศไทยกลายเป็น Sick man of Asia
ปัญหาสำคัญคือไทยติดอยู่ใน “กับดักรายได้ปานกลาง” มานานกว่า 10 ปีแล้ว และไม่สามารถสร้างการเติบโตในระดับสูงและก้าวข้ามขึ้นเป็นประเทศรายได้สูงได้ หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือการลงทุนในประเทศที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และยังพึ่งพาการรับจ้างผลิตหรือ OEM เน้นอุตสาหกรรมปลายน้ำ และต้องเผชิญการแข่งขันจากประเทศที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า เช่น จีนและเวียดนาม ทำให้ไทยไม่สามารถสู้ได้ ดังนั้นทางออกจึงต้องสร้างอุตสาหกรรมใหม่ หรือ New S-Curve ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มผลิตภาพและสร้างความสามารถในการแข่งขัน แทนการพึ่งพาอุตสาหกรรมรูปแบบเดิม

เศรษฐกิจโตช้า…แรงงานลด…แต่รายจ่ายเพิ่ม

อีกความท้าทายคือประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย จำนวนแรงงานลดลง ขณะที่ประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้น ทำให้รัฐต้องใช้งบประมาณดูแลสวัสดิการและสุขภาพมากขึ้น ในขณะที่เงินสำหรับการลงทุนมีจำกัด นี่เป็นอีกปัญหาที่ทำให้เราไม่สามารถก้าวข้าม และติดอยู่ใน “กับดักรายได้ปานกลาง

รศ.ดร.อภิชาติ มองว่า รัฐมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและภาระหนี้ ทำให้เงินสำหรับการลงทุนมีไม่มาก ดังนั้นทางแก้คือ รัฐต้องมีการปรับโครงสร้าง มีการปฏิรูป โดยลดค่าใช้จ่ายประจำ และเพิ่มการลงทุน ซึ่งรัฐต้องเป็นผู้นำสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนของภาคเอกชน เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้เพิ่มขึ้น ดึงให้ภาคเอกชนอยากลงทุนมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีโจทย์เรื่องคุณภาพของรัฐ กติกาทางเศรษฐกิจ การบังคับใช้กฎหมาย และการกระจุกตัวของอำนาจทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันและการลงทุนด้วย

รศ.ดร.อภิชาติ ระบุว่า ที่น่าสนใจคือ ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ นักวิชาการและผู้กำหนดนโยบายพูดถึงทางออกนี้มานานกว่าสิบปี และประเทศไทยก็มีแนวทางแก้ปัญหาอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยังขาดคือ ความสามารถในการลงมือทำให้เกิดผลจริง

โจทย์จึงกลับมาที่แนวคิด “RESET to RESTART”

RESET…อาจหมายถึงการทบทวนโครงสร้างเศรษฐกิจ กติกา และวิธีคิดแบบเดิมที่ไม่สามารถพาประเทศไปต่อได้
ส่วน RESTART…คือรัฐต้องสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นต้นน้ำ เพิ่มคุณภาพแรงงาน เปิดพื้นที่ให้การแข่งขัน และปฏิรูปรัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง และกลับมาสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *