มองผ่านหมอกควัน : เส้นทางชีวิตที่ไม่เคยพร่าเลือน รศ.ดร.ระชา เดชชาญชัยวงศ์ เด็กห้องคิง สู่การเป็นนักวิจัยที่ต่อสู้กับ “หมอกควัน”

“หมอกควัน” อาจเป็นเพียงภาพท้องฟ้าอันขมุกขมัวชวนให้อึดอัด แสบตา แสบจมูก ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ และเป็นสถานการณ์ที่ต้องหลีกเลี่ยง หลีกหนี แต่สำหรับ รศ.ดร.ระชา เดชชาญชัยวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กลุ่มควันและอนุภาคละอองลอยเหล่านั้นกลับกลายเป็น “เข็มทิศชีวิต” ที่นำพาเธอเดินทางบนเส้นทางนักวิจัยมากว่าทศวรรษ—เส้นทางของคนที่เลือกเดินสวนกระแสเข้าไปค้นหาความจริงในสิ่งที่มองไม่เห็น เพื่อปกป้องลมหายใจและคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม

เด็กห้องคิงกับเส้นทางที่เลือกเองตัดสินใจเอง

ย้อนกลับไปในวัยเด็กที่จังหวัดตรัง “ดร.ระชา” คือเด็กเรียนเก่ง ห้องคิงสายวิทย์-คณิต จากโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย และด้วยค่านิยมของสังคมหล่อหลอมให้เด็กเรียนดีอย่างเด็กห้องคิงเกือบทั้งห้องต้องมุ่งหน้าสู่อาชีพ”หมอ”

“เพื่อนส่วนใหญ่เลือกหมอกันเกือบหมด ตอนนั้นเรายังไม่ได้มองเห็นภาพตัวเองในอนาคตที่ชัดเจน ก็คิดเพียงว่า คงต้องเลือกตามกระแส คือ คงต้องเป็นหมอ แต่พอมานั่งทบทวนจริงๆ ก็บอกกับตัวเองว่าเราไม่น่าจะไหวในสายสุขภาพ  ก็เลยตัดสินใจว่า ถ้าไม่เรียนหมอก็ต้องเป็นวิศวกรให้ได้”

การตัดสินใจในวันนั้นนำพาชีวิตการเรียนเข้าสู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เหตุผลง่ายๆ ของเด็กติดบ้านที่อยากอยู่ใกล้ครอบครัว กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายใหม่ที่สมใจหวังตั้งแต่การสอบตรงรอบแรก

จุดพลิกพันจากโรงงานอุตสาหกรรม สู่ชีวิตนักวิจัย

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยไม่ได้โปรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 ที่ต้องเลือกสาขา อาจารย์พบว่าตัวเองไม่ถนัดวิชาการเขียนแบบ (Drawing) เอาเสียเลย แต่ในความไม่ถนัดนั้น มีประตูอีกบานเปิดรออยู่—วิศวกรรมเคมี สาขาที่ไม่ต้องเรียน Drawing และเป็นวิชาที่เธอทำคะแนนได้ดี และปฐมบทบนเส้นทางสายวิศวกรรมเคมี

จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดเกิดขึ้นในชั้นปีที่ 3 เมื่อได้ไปสัมผัสชีวิตการฝึกงานในโรงงานอุตสาหกรรมตลอด 3 เดือน ช่วงเวลานั้นตอกย้ำให้รู้ว่า Life Style แบบงานประจำไม่ใช่คำตอบของชีวิต อาจาย์ระชาจึงปักธงใหม่ มุ่งหน้าสู่การเรียนต่อในระดับสูงขึ้น

ด้วยดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 1 ทำให้ได้รับทุนเรียนต่อในหลักสูตรปริญญาโทควบปริญญาเอก และช่วงเวลานี้เองที่ “ตัวตน” ที่แท้จริงได้ปรากฏชัด จนพบว่าตัวเองหลงใหลการอ่าน การเขียน การทดลอง และการวิจัยอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

“การเรียนปริญญาเอกทำให้ภาพในหัวชัดเจนขึ้น งานวิจัยไม่ใช่การท่องจำตำรา หรือแค่การทำเรื่องเก่าซ้ำๆ แต่มันคือความท้าทายในการค้นหาคำตอบในสิ่งที่ยังไม่มีใครรู้ และเราอาจจะเป็นคนแรกของโลกที่ได้รู้มัน”

เกือบ 6 ปีในระดับปริญญาเอก ไม่ได้มอบเพียงวุฒิการศึกษาทางวิชาการ แต่มอบ “เข็มทิศชีวิต” ที่เด่นชัดว่านี่คือทางที่เธอเลือกอย่างแท้จริง

จาก PM 2.5 สู่การเจาะลึกฝุ่นจิ๋ว PM 0.1

หลังจบปริญญาเอก ดร.ระชา ก้าวสู่การเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในปีพ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการเกิดวิกฤตหมอกควันข้ามแดนเข้ามาปกคลุมอำเภอหาดใหญ่และภาคใต้ ในยุคที่สังคมไทยยังรู้จักเพียงฝุ่น PM 10  และคำว่า PM 2.5 ยังไม่ถูกพูดถึงด้วยซ้ำ  

ด้วยพื้นฐานความเชี่ยวชาญด้านกลศาสตร์ของไหล (Fluid Mechanics) และวิทยาศาสตร์ละอองลอย (Aerosol Science) อาจารย์ระชาและอาจารย์ที่ปรึกษาจึงไม่ยอมให้ทฤษฎีอยู่แค่ในกระดาษ แต่เลือกนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์อธิบายปรากฎการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อให้คนภาคใต้และคนไทยตระหนักถึงเรื่องฝุ่นละอองมากขึ้น 

วันนี้งานวิจัยของอาจารย์และทีมไม่ได้หยุดอยู่แค่ PM 2.5 แต่กำลังก้าวไปสู่  PM 0.1  (ฝุ่นระดับอนุภาคนาโน) ภัยเงียบอันตรายยิ่งกว่า เพราะเป็นฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วที่สามารถทะลุทะลวงผ่านกระแสเลือด ไปทำลายสมองส่วนกลาง และส่งผ่านจากแม่สู่ลูกในครรภ์ได้  โดย ได้บูรณาการทำงานร่วมกับคณะแพทย์และคณะวิทยาศาสตร์ จนสามารถพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มพยากรณ์ฝุ่นล่วงหน้า 3 วันได้สำเร็จเป็นแห่งแรกๆ ของประเทศไทย

“เราไม่ได้อยากให้งานวิจัยของเราขึ้นหิ้งหรือเป็นแค่เอกสารตีพิมพ์ แต่อยากนำมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้จริง สร้างแรงกระเพื่อมสู่สังคมได้จริง และทำให้คนตระหนักถึงสุขภาพในวงกว้าง เพราะเราพบว่า PM 0.1  รุนแรงยิ่งกว่า PM 2.5 เสียอีก นอกจากนี้ยังอยากให้ภาครัฐนำข้อมูลเราไปขับเคลื่อนให้หน่วยงานภาครัฐนำข้อมูลเชิงประจักษ์  ไปใช้วางนโยบายอย่างถูกต้อง

สิ่งที่ยากที่สุดของการเป็นอาจารย์คือการรักษามาตรฐาน

ความเพียรพยายามตลอดเส้นทางสายวิชาการกว่า 10 ปี ส่งผลให้อาจารย์ระชาได้รับการยอมรับและได้รับรางวัลระดับประเทศ  “TIChE Outstanding Professional Chemical Engineering Award ประจำปี 2568 ประเภท Rising Star in Chemical Engineering Education” โดยสมาคมวิศวกรรมเคมีและเคมีประยุกต์แห่งประเทศไทย (TiChE)   รวมถึงรางวัลอาจารย์ตัวอย่างรุ่นใหม่ดีเด่น ประจำปี 2569 ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

สำหรับอาจารย์ระชา รางวัลเหล่านี้เป็นเพียงผลตอบแทนที่ยืนยันถึงคุณค่าของงาน เพราะความภาคภูมิใจแท้จริงเกิดขึ้นในทุกๆ ปีที่เห็นลูกศิษย์จบออกไปมีงานทำและประสบความสำเร็จ ส่วนรางวัลที่ได้รับเป็นเพียงหลักฐานยืนยัน และแสดงให้เห็นว่า สิ่งที่ทำมาตลอด  ทั้งการสอน การทำให้นักศึกษาประสบความสำเร็จ หรือการสร้างงานวิจัยที่ใช้ประโยชน์ได้จริงในสังคม  ถูกยอมรับอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

เมื่อถามถึงสิ่งที่ยากที่สุดของการเป็นอาจารย์ คำตอบไม่ใช่เรื่องงานวิจัยอันซับซ้อน แต่คือ “การรักษาระดับมาตรฐานของตัวเองให้มั่นคง ความเชื่อมั่นในตัวเอง เพราะกราฟชีวิตคนเรามีขึ้นมีลง  ถ้าวันไหนรู้สึกแย่ ทั้งทีมวิจัยและนักศึกษาก็จะแย่ไปด้วย และถ้านักศึกษาเห็นตัวอาจารย์ไม่เชื่อมั่น นักศึกษาก็ไม่เชื่อมั่นไปด้วย

สร้างคน สร้างทีม..เพื่อส่งต่อลมหายใจแห่งความหวัง

เบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมด อาจารย์ระชาให้ความสำคัญกับคำว่า “ทีม” เป็นอย่างยิ่ง มีการสร้างระบบห้องปฏิบัติการวิจัยแบบ “พี่สอนน้อง” ที่ให้รุ่นพี่ปริญญาโท-เอก ได้ฝึกทักษะความเป็นผู้นำ ขณะที่น้องปริญญาตรีได้สัมผัสการทำวิจัยจริง เพราะมองว่านี่คือวงจรการ “สร้างคน” ที่ยั่งยืน นอกจากนั้นอาจารย์ระชามองว่าความสำเร็จของตัวเองเกิดจากลมใต้ปีกที่ช่วยสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย สาขาวิชาวิศวกรรมเคมีที่เป็นเหมือนบ้านที่อบอุ่น รวมทั้งตัวเองที่เปิดรับโอกาสใหม่ๆ

เป้าหมายสูงสุดของอาจารย์ระชาไม่ใช่การมีชื่อเสียง แต่คือการสร้างบุคลากรที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้าน Aerosol Science และ Air Pollution Control Technology ให้กลายเป็นกำลังสำคัญของประเทศ

เพราะเชื่อว่าการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศไม่อาจทำได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ต้องอาศัย “คนรุ่นใหม่” ที่เธอตั้งใจเจียระไน เพื่อก้าวออกไปคืนอากาศบริสุทธิ์และส่งต่อ “ลมหายใจแห่งความหวัง” ให้กับสังคมไทยต่อไปในอนาคต

หมอกควันอาจดู toxic และพร่าเลือน ก็เหมือนชีวิตเราที่ต้องทำหน้าที่เป็นอาจารย์ ต้องเปลี่ยนความพร่าเลือนนั้นให้กลายเป็นความชัดเจน มาสู่นักศึกษา พร้อมเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว จังหวะ เวลา และความตั้งใจจริง จะพาเราไปถึงจุดหมายเอง”

รศ.ดร.ระชา เดชชาญชัยวงศ์

อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อาจารย์ตัวอย่างรุ่นใหม่ดีเด่น ประจำปี 2569

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *