‘ร้านยารักษ์ไต’ ส่งเสริมบทบาทเภสัชกรประจำร้านยาดูแลสุขภาพองค์รวม พร้อมคำแนะนำใช้ยาแก้ปวด-ลดอักเสบอย่างเหมาะสม

โครงการร้านยารักษ์ไต ส่งเสริมบทบาทเภสัชกรประจำร้านยาดูแลสุขภาพองค์รวม พร้อมคำแนะนำใช้ยาแก้ปวด-ลดอักเสบอย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงโรคไต  คัดกรองผู้มีความเสี่ยงโรคไตก่อนจ่ายยา

โรคไตเป็นภาวะที่ไตได้รับความเสียหายหรือทำงานผิดปกติติดต่อกันมากกว่า 3 เดือน ส่งผลต่อประสิทธิภาพการกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือดลดลง  หากไม่ได้รับการรักษาของเสียจะสะสมในร่างกายจนได้รับอันตรายและอาจลุกลามสู่ภาวะไตวายเรื้อรังซึ่งจำเป็นต้องรักษาด้วยการฟอกไตหรือการปลูกถ่ายไต อาการที่อาจพบได้เบื้องต้น เช่น ปัสสาวะผิดปกติ อาการบวมตามร่างกาย อ่อนเพลีย โรคไตเรื้อรังมักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก

สถิติจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขในปี 2568 เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นโรคไตราว 1.1 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 เฉลี่ยร้อยละ 7.8 สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังเช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไตอักเสบ รวมถึงการใช้ยาแก้ปวดลดอักเสบหรือสมุนไพรบางชนิดมากเกินความจำเป็น

ร้านยารักษ์ไต ดูแลสุขภาพองค์รวม

โครงการ ‘ร้านยารักษ์ไต’ จากกลุ่มเภสัชกรร้านยาในพื้นที่จังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ริเริ่มการสร้างเครือข่ายชมรมร้านยารักษ์ไต ที่สร้างความร่วมมือของเภสัชกรในการคัดกรองความเสี่ยงโรคไตก่อนการจ่ายยาแก้ปวดหรือลดอักเสบ รวมถึงประเมินสุขภาพแบบองค์รวมและให้คำแนะนำสุภาพเบื้องต้น 

ภก.ธีรพงค์ เทพทวี เภสัชกรในเครือข่ายร้านยารักษ์ไตให้สัมภาษณ์ในรายการ ‘แลบ้านแลเมือง’ กล่าวว่า การดำเนินงานของโครงการเริ่มต้นในปี 2568 ที่ผ่านมา และในปี 2569 นี้จะมีร้านยาเข้าร่วมโครงการด้วยกว่า 30 ร้าน กระจายอยู่ใน อ.หาดใหญ่ และ อ.อื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา

เป้าหมายของการดำเนินโครงการนี้ ภก.ธีรพงค์กล่าวว่าจากการดำเนินการของเภสัชกรที่ถือว่าอยู่ใกล้ชิดกับชุมชนและประชาชนในการเข้าถึงการรักษา จะสามารถให้คำแนะนำด้านสุขภาพเบื้องต้นได้ และคัดกรองเบื้องต้นก่อนการจ่ายยาที่อาจมีความเสี่ยงต่อโรคไต หากทานยาอย่างผิดปกติ เช่น การทานยาลดการปวดแก้อักเสบในกลุ่ม NSAIDs (กลุ่มยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่เสตียรอยด์ เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ไดโคลฟีแน็ก (Diclofenac) นาพร็อกเซน (Naproxen) มากเกินความจำเป็น 

อาจารย์ ภญ.อุษณีย์ วนรรฆมณี สาขาวิชาเภสัชกรรมคลินิก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่าการดำเนินโครงการร้านยารักษ์ไตนี้ ได้รับการสนับสนุและความร่วมมือจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต 12 และ ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) เพื่อดำเนินการด้านองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัย และ ความร่วมมือกับเครือข่ายร้านยาพร้อมกัน เพื่อสร้างความรู้ด้านสุขภาพองค์รวมที่เข้าถึงประชาชนและชุมชนมากขึ้น

“การใช้ยาแก้ปวดลดอักเสบกลุ่ม NSAIDs จำเป็นต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ตามคำแนะนำของแพทย์ของเภสัชกร หากไม่มีเหตุให้ใช้ ก็ใช้ เช่น เมื่อมีอาการปวดกล้ามเนื้อบรรเทาแล้ว ก็หยุดยา หรือหากมีอาการปวดแบบไม่รู้สาเหตุทางที่ปลอดภัยคือยาพาราเซตามอล หรืออาการปวดบางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวด แต่ประคบอุ่น-เย็น เป็นต้น” ภญ.อุษณีย์กล่าว 

เครือข่ายร้านยารักษ์ไตจะประเมินความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตมากหรือน้อย หากกลุ่มเสี่ยงน้อยก็สามารถให้ยาระดับปกติได้ แต่หากมีความเสี่ยงปานกลางอาจต้องระมัดระวังในการจ่ายยา หรือ กลุ่มมีความเสี่ยงสูงอาจแนะนำให้พบแพทย์ เป็นต้น 

ผู้สนใจสามารถดูแผนที่ร้านยาในเครือข่าย ‘ร้านยารักษ์ไต’ ได้ที่ https://www.google.com/maps/d/u/0/embed?mid=1TRy9tk6X-1pDInD1zA5rvGz5j8ly3AU&ehbc&ll=6.694485581911972%2C100.64259822222225&z=9

อ้างอิงเพิ่มเติม

กรมควบคุมโรค | https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=59057&deptcode=brc&news_views=742

เรื่อง: กองบรรณาธิการ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *