การยางแห่งประเทศไทยผลิตน้ำหมักชีวภาพจาก ปลาหมอคางดำ 3,700 ตัน เล็งสนับสนุนเกษตรใช้เพิ่มผลผลิต ปรับปรุงคุณภาพดิน
วานนี้ (8 กันยายน 2568) ว่าที่ร้อยตรีศุภชัย จันทร์แก้ว ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เขตภาคใต้ตอนล่างให้สัมภาษณ์ในรายการ ‘แลบ้านแลเมือง’ PSU Broadcast ถึงรายละเอียดของการดำเนินการผลิตน้ำหมักชีวภาพ
คุณศุภชัยกล่าวว่าการรับปลาหมอคางดำมาผลิตแบ่งเป็นระยะที่ 1-2 ซึ่ง 1,200 ตันซึ่งรับซื้อจากกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ระยะที่ 3 รับจากกรมประมงอีก 2,500 ตัน เพื่อผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพด้วยความร่วมมือจากสถาบันเกษตรกรและสูตรของกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีการยางแห่งประเทศไทยควบคุมการผลิตทั้งหมด


น้ำหมักชีวภาพที่ผลิตเป็นแกลลอน แกลลอนละ 5 ลิตร สามารถใช้ได้ในพืชทุกประเภท ทั้ง ผัก ข้าว ปาล์ม มะพร้าว จนถึงไม้ผล เพื่อปรับปรุงดิน เพิ่มธาตุอาหารรอง บำรุงต้น
“เป็นน้ำหมักชีวภาพ สำหรับปรับปรุงดิน เพิ่มธาตุอาหารรอง บำรุงต้น เพราะมีธาตุไนโตรเจนที่สูงมากเพราะนำมาจากเนื้อปลาทั้งตัว เสริมกับปุ๋ยเคมีได้” คุณศุภชัยกล่าวพร้อมแนะนำว่าการใช้งานกับพืชไม้ยืนต้น ตามหลักใช้น้ำหมัก 1 ลิตร ผสมน้ำ 200 ลิตรกับยางพารา ใช้ได้ 1 ไร่ และสำหรับพืชผัก 1 ลิตร จะผสมน้ำ 400 ลิตรด้วย
ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนล่างกล่าวว่านโยบายเบื้องต้นจะกระจายน้ำหมักชีวภาพสู่เกษตรกรชาวสวนยางเป็นหลักซึ่งสามารถติดต่อซื้อได้ผ่านสหกรณ์สวนยาง หรือ สำนักงาน กยท. ทุกพื้นที่ และสำหรับประชาชนทั่วไปสามารถติดต่อรับซื้อเพื่อนำไปใช้ได้เช่นกัน
หมายเหตุ: การยางแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคใต้ตอนล่าง หมายเลขโทรศัพท์ 074 210 702
เรื่อง: กองบรรณาธิการ
ภาพ: แฟ้มภาพ
เครือข่ายสหกรณ์ออมทรัพย์ภาคใต้มอบเงินสนับสนุน BioThai สู้คดีถูกฟ้องหมิ่น กรณี ‘ปลาหมอคางดำ’
ปลาหมอคางดำ: ระบาดนครศรีธรรมราช ลามจ.สงขลา เร่งกำจัดกันลุกลาม









