บันทึกคำสัญญาจากแคนดิเดตนายกฯ 3 พรรคการเมือง บนเวทีปราศรัยโค้งสุดท้ายที่หาดใหญ่ | เลือกตั้ง 2569

PSU Broadcast สรุปคำปราศรัยจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคการเมือง 3 พรรคได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ (วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานจอดรถสถานีรถไฟหาดใหญ่), พรรคประชาชน (วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานจอดรถสถานีรถไฟหาดใหญ่), และพรรคภูมิใจไทย (วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานสี่แยกสะพานดำ) ณ อำเภอหาดใหญ่

เพื่อร่วม “บันทึกคำสัญญา” ถึงทิศทางการฟื้นฟูเมืองและพัฒนาประเทศในภาพรวม ที่มีต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา หลังเหตุการณ์ความสูญเสียจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา

หมายเหตุ: เรียงลำดับเนื้อหาจากวันที่จัดเวทีปราศรัย

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์: การเมืองสุจริต พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

นายอภิสิทธิ์เริ่มต้นกล่าวว่าตนตัดสินใจว่าในการทำงานการเมืองนั้นตั้งใจสังกัดพรรคการเมืองเดียว คือ พรรคประชาธิปัตย์ และการกลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกครั้ง “เพื่อทวงคืนการเมืองสุจริต” โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้

“การเมืองสุจริตจะเป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจที่ดี… นักธุรกิจต่างชาติให้สัมภาษณ์ว่ากลัวต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ กลัวการแข่งขันที่มีเส้นสาย เขาไม่อยากทำธุรกิจในสภาพแวดล้อมแบบนี้”

ในขณะปราศรัย นายอภิสิทธิ์ใส่เสื้อที่เขียนข้อความว่า “ไปหาดใหญ่คราวนั้น ฉันยังจดจำ” ซึ่งตนขยายความว่ายึดโยงกับช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมที่เดินทางมาในพื้นที่เพื่อดูภาพรวมการแก้ไขสถานการณ์ แต่กลับพบการทำงานที่ไม่เป็นเอกภาพจากการสั่งการของรัฐบาลส่วนกลาง

พร้อมกล่าวว่าหลังน้ำลด ตนกลับมาอีกครั้งเพื่อพูดคุยกับภาคธุรกิจถึงความต้องการช่วยเหลือ เช่น เงินเยียวยา เงินกู้ปลอดดอกเบี้ย การฟื้นฟูสภาพบ้านเมือง ฯลฯ พร้อมอ้างว่าขณะที่ตนดำรงตำแหน่งนายกฯ มีการเยียวยารวดเร็วกว่าปัจจุบัน

ในด้านนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้นั้น นายอภิสิทธิ์แจงว่ามีนโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ เชื่อมภาคใต้, เส้นทางรถไฟเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนไทย-มาเลเซีย, พัฒนาพื้นที่ท่าเรือฝั่งอ่าวไทยในจังหวัดสงขลา และเชื่อมกับทะเลอันดามันในประเทศมาเลเซียโดย “ไม่ต้องลงทุนมาก เพราะในระเบียงเศรษฐกิจ (สองประเทศ) มีโครงสร้างพื้นฐานอยู่แล้ว” พร้อมมุ่งหวังว่านโยบายนี้จะส่งผลให้ราคายางพาราสูงขึ้นถึงอย่างน้อย 80 บาทต่อกิโลกรัม

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเป้าหมายการเติบโตเศรษฐกิจไทยคือ 5% ในปีที่ 4 หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล พร้อมกล่าวถึงนโยบายอื่นๆ ที่จะผลักดัน เช่น นโยบายเรียนฟรีจริง, ทำงานใช้หนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.), ประกันรายได้เกษตรกร, นโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพอิสระ, เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาทต่อเดือน, เงินทุนปรับสภาพบ้านสำหรับผู้สูงอายุ, นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วย “หวยจังหวัด”

แคนดิเดตนายกพรรคประชาธิปีตย์แจงว่านโยบายเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเพื่อผลักดันนโยบาย

ที่มา: ฝ่ายสื่อพรรคประชาธิปัตย์

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน: ปฏิญญาสงขลา แก้น้ำท่วมยั่งยืน

นายณัฐพงษ์เริ่มต้นกล่าวแสดงความเสียใจต่อความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น พร้อมกล่าวว่าในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ตนมีโอกาสลงพื้นที่ด้วยตนเองทั้งพื้นที่ประสบภัยและศูนย์พักพิง พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณทีมงานพรรคระดับจังหวัดที่ได้ประสานงานและทำงานร่วมกับทีมกู้ภัยจากจังหวัดนครศรีธรรมราช

พร้อมทั้งแจงว่าช่วงต้นเดือนธันวาคมตนได้เดินทางมาที่ อ.หาดใหญ่อีกครั้งหนึ่งในช่วงฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ พบปัญหาน้ำประปาไม่ไหล ปัญหาขยะในพื้นที่ และมีการตั้งศูนย์ประสานงานของพรรคฯ ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

“หากภาครัฐบริหารจัดการได้ดีกว่านี้ น่าจะป้องกันความสูญเสียได้ดีกว่านี้หลายเท่า… การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งที่จะตัดสิน ชี้ชะตา อนาคตของ อ.หาดใหญ่ และ จ.สงขลา รวมถึงประเทศไทยไปด้วยกัน ” นายณัฐพงษ์กล่าว

พร้อมกล่าวถึงปัญหาภาพใหญ่เกี่ยวกับความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในพื้นที่ จากที่ตนมีโอกาสพูคคุยกับผู้ประกอบการและกล่าวถึงนโยบายช่วยเหลือระยะสั้น เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ว่าแม้มีนโยบายดังกล่าว แต่ผู้ประกอบการไม่กล้าขอสินเชื่อ เนื่องจากความกังวลว่าอาจไม่มีรายได้มาจ่ายหนี้ในอนาคต

ด้านการแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว นายณัฐพงษ์ได้เสนอ ‘ปฏิญญาสงขลา’ ประกอบด้วยข้อเสนอฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ ภายใน 4 ปี ภายใต้งบประมาณโครงการ 15,000 ล้านบาท เพื่อวางระบบป้องกันน้ำท่วมประกอบด้วย

– พัฒนาระบบการแจ้งเตือนล่วงหน้าและมีข้อมูลประกอบพร้อมรับมือเหตุการณ์

– อุโมงค์ระบายน้ำฝั่งเขาคอหงส์ ระยะทาง 8.5 กิโลเมตร

– ปรับปรุงพื้นที่คลองภายในเมืองเพื่อรองรับเหตุน้ำท่วม

– จัดทำผังเมืองที่ทันสมัย ปรับปรุงกฎหมาย เช่น ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ เพื่อให้ภาคเอกชนมีแรงจูงใจปรับเปลี่ยนอาคารเพื่อปรับตัวรับเหตุการณ์น้ำท่วม

– สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานในพื้นที่ เช่น จุดจอดรถ จุดพักพิง ศูนย์กระจายความช่วยเหลือ

“การเลือกตั้งครั้งนี้ อำนาจอยู่ที่ปลายปากกา เลือกด้วยความเชื่อว่าอำนาจปลายปากกาทำให้หาดใหญ่ดีกว่านี้ได้ เลือกนักการเมืองที่ตั้งใจทำงานการเมือง จัดทำนโยบาย และให้คำสัญญาต่อประชาชน ตนขอโอกาสเพื่อส่งมอบนโยบายตามปฏิญญาสงขลา” แคนดิเดตนายกพรรคประชาชนกล่าวทิ้งท้าย

ที่มา: ฝ่ายสื่อพรรคประชาชน

อนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย: แจงทำงานเป็นทีมช่วงน้ำท่วม เร่งเงินค่าซ่อมบ้าน 49,500

นายอนุทินกล่าวเริ่มต้นว่าตนดีใจที่ได้มาเจอประชาชนชาวสงขลา และเห็นรอยยิ้มและเสียงเชียร์ของคนสงขลา พร้อมกล่าวว่าตนเพิ่งเดินทางมาจากจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อมาเวทีปราศรัยที่ อ.หาดใหญ่

“จากนี้ไปจะมีแต่เรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นกับคนสงขลา คนหาดใหญ่ ชาวใต้ และทั่วประเทศไทย… เมื่อใดที่ชาวสงขลา-หาดใหญ่เรียก ผมจะมาทันที… นายนิพนธ์ (นิพนธ์ บุญญามณี) โทรหาตนเอง 10 โมงเช้า กล่าวว่าศุภจี (ศุภจีสุธรรมพันธ์) ป่วยกระทันหัน และต้องการให้นายอนุทินมาขึ้นเวทีปราศรัยแทน จึงได้สั่งให้เติมน้ำมัน นั่งเครื่องบินมาที่จังหวัดสงขลาทันที” นายอนุทินกล่าว

พร้อมกล่าวถึงบทบาทของพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมาด้านโครงสร้างพื้นฐานว่า พรรคได้กำกับดูแลกระทรวงคมนาคมว่ามีผลให้พัฒนาโครงข่ายถนนในพื้นที่ภาคใต้ เช่น การทำถนน และการสร้างสะพาน ตลอดการดำรงตำแหน่งกว่า 6 ปีที่ผ่านมา

ในด้านปัญหาเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมานั้น นายอนุทินกล่าวว่า “ปัญหาทั้งหมดคลี่คลายภายในเวลาแค่ 2 อาทิตย์ (หลังเหตุการณ์น้ำท่วม)” พร้อมกล่าวเชิงถามต่อประชาชนว่า “หาดใหญ่เป็นเหมือนเดิมแล้วใช่หรือไม่?”

นายอนุทินกล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตนเองว่า พรรคการเมืองอื่นใช้ “ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นตัวประกัน” เพื่อวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล และกล่าวว่าประชาชนที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากเหตุน้ำท่วมนั้นคือกลุ่มคนที่ตกสำรวจ แต่ตอนนี้รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว ส่วนประเด็นเรื่องการซ่อมแซมบ้าน 49,500 นั้น นายอนุทินแจงว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองรับข้อเรียกร้องแล้ว แต่อยู่ระหว่างการสำรวจ และกำลังจะได้รับค่าซ่อมบ้านเร็วๆ นี้

พร้อมกล่าวว่าตนได้ขอโทษประชาชนแล้วจากเหตุการณ์น้ำท่วม “ไม่มีใครชนะธรรมชาติได้ แต่ประชาชนเดือดร้อนเมื่อไร คือความผิดของรัฐบาล”

นายอนุทินกล่าวว่าการที่รัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาหลังเหตุน้ำท่วมได้ เป็นเพราะ “มีทีมบริหารเดียวกัน” โดยขณะปราศรัยได้เรียกชื่อ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด พร้อมกล่าวว่าเป็นเพื่อนกับตนเอง และผ่านหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) มาด้วยกัน พร้อมชี้ว่าเวทีที่ตั้งปราศรัยนี้ (ลานกว้างสี่แยกสะพานดำ อ.หาดใหญ่) เดิมเคยเป็นพื้นที่จัดการขยะ แต่ปัจจุบันไม่มีกลิ่นแล้ว

“นายกสุพิศ ของบกลางด่วน 500 กว่าล้านบาท เพื่อฟื้นฟูจังหวัดสงขลา นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทุกอย่างเรียบร้อยทั้งหมด”

ส่วนนโยบายพัฒนาพื้นที่ภาคใต้นั้นนายอนุทินยกตัวอย่างว่าประกอบด้วยการคมนาคมขนส่ง พัฒนาราคาปาล์ม ราคายางพารา ด้วยการประกันราคาผลผลิต ให้เกษตรกรมีรายได้เพียงพอสำหรับต่อยอดแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าได้ ส่วนด้านความมั่นคง ตนให้ความร่วมมือกับกองทัพโดยเฉพาะกองทัพภาคที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมทั้งกล่าวว่าตนมีความพร้อมประสานงานในการทำงาน

ที่มา: ฝ่ายสื่อพรรคภูมิใจไทย

เรื่อง: กองบรรณาธิการ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *