8 กุมภาชี้ชะตาประเทศ แล้วอนาคตแบบไหนที่เด็ก Gen Z อยากฝากไว้กับรัฐบาลที่กำลังจะมาถึง? | เลือกตั้ง 2569

ประเทศไทยจะเข้าสู่การเลือกตั้งและประชามติรัฐธรรมนูญในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะตัดสินอนาคตและทิศทางการพัฒนาบ้านเมืองอีกอย่างน้อย 4 ปี หากไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง

นอกจากโจทย์ทางสังคมในรายประเด็นปัญหาแล้ว ความท้าทายของสังคมยังพิจารณาได้จากความต้องการของคนแต่ละช่วงวัย (Generation) รวมถึงกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อายุน้อยที่สุดซึ่งจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศ นั่นคือ Gen Z

Gen Z คือประชากรช่วงวัย 17-28 ปี ที่เติบโตผ่านการหมุนผ่านของสังคมเทคโนโลยีที่เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การรับสารผ่านสื่อโซเชียลและช่องทางออนไลน์จึงส่งผลต่ออิทธิพลทางความเชื่อของกลุ่มช่วงวัยเหล่านี้เป็นอย่างมาก

ในขณะเดียวกันก็เป็นวัยที่ผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองที่สร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตวัยเรียน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์รัฐประหาร พ.ศ. 2557 สถานการณ์โรคระบาด Covid-19 รวมถึงกระแสการตื่นตัวทางการเมืองที่คาบเกี่ยวกันที่ส่งผลต่อความสนใจและตื่นรู้ทางการเมืองของกลุ่มวัยนี้

แล้วการเมืองรุ่นใหม่ที่คนรุ่นใหม่ต้องการเป็นอย่างไร Gen Z ให้ความสนใจกับการกำหนดทิศทางนโยบาย และอนาคตของประเทศไทยแบบไหน? สถานีวิทยุ ม.อ. หาดใหญ่ (PSU Broadcast) ชวนสำรวจ 4 ทางเลือก จากการสัมภาษณ์ 4 บุคคล Gen Z ที่มองเห็นอนาคตของตนเองผ่านพรรคการเมือง 4 พรรค

คำตอบจากดรีม นักศึกษาอายุ 18 ปี ที่กำลังจะได้ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก แม้ว่าจะเป็นการลงคะแนนเสียงครั้งแรกของเธอ แต่เธอก็รู้รายละเอียดเกี่ยวกับการเมืองในประเทศไทยอย่างดี ด้วยพื้นฐานความสนใจที่ชอบติดตามข่าวสารบ้านเมืองมาตั้งแต่อายุ 14 โดยเธอกล่าวว่า พรรคที่จะทำให้เธอเชื่อมั่นได้จะต้องชูนโยบายด้านเศรษฐกิจมาเป็นอันดับหนึ่ง มีนักการเมืองที่มีความรู้ ความสามารถ สำคัญที่สุดคือมีประสบการณ์

ตัวเลือกหนึ่งเดียวในการเลือกตั้งครั้งนี้ของเธอจึงตกเป็นของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเธอกล่าวว่ามีความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงสร้างเศรษฐกิจ ลดอัตราการว่างงาน สามารถสร้างความมั่นใจในการลงทุนของภาครัฐและเอกชนได้ เธอยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เธอเชื่อในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากทางพรรค ว่าจะสามารถนำพาประเทศไปสู่สังเวียนผู้นำเศรษฐกิจโลกได้

ส้มโอ นักศึกษาอายุ 20 ปีกล่าวถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ตัวเธอเองมีมุมมองทางการเมืองที่แตกต่างจากเพื่อนในวัยเดียวกัน และคิดว่าการเลือกตั้งในแต่ละครั้งไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกันมากนัก

อย่างไรก็ตาม การได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐในระยะสั้นก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่เธอมองว่าเป็นพันธกิจที่รัฐบาลต้องทำอย่างทันท่วงที เธอจึงตอบสนองกับนโยบาย “คนละครึ่งพลัส”ที่สุด และตัดสินใจที่จะใช้สิทธิ์ของตนเองในการลงคะแนนให้กับพรรคภูมิใจไทย

เกรส นักศึกษาอายุ 21 ปี แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงว่า ขาดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทำให้เกิดข้อกังขาตั้งแต่การตรวจสอบการทุจริต ไปจนถึงกระบวนการนับคะแนน ในส่วนของความคาดหวังจากการเลือกตั้งที่จะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลในปีนี้ เธอเลือกพรรคจากการนำเสนอนโยบาย

โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเธอคือ นโยบายด้านการศึกษา เธอมองว่าการศึกษาที่ดีเป็นรากฐานที่นำไปสู่อนาคตที่มั่นคง ประสบการณ์ที่เธอต้องเรียนผ่านหน้าจอในช่วงโรคระบาดทำให้เธอรู้ว่า บ้านเมืองจะเดินหน้าต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพในภาวะวิกฤตไม่ได้หากขาดทีมบริหารประเทศที่มีความรู้ความสามารถ เธอยังกล่าวเสริมอีกว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจเลือกพรรคประชาชนคือ เธอมองเห็นอุดมการณ์ที่ต้องการจะผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแบบที่มองไม่เห็นจากพรรคอื่น ๆ จึงตัดสินใจมอบเสียงของเธอให้กับโอกาสของพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้

ภูมิ นักศึกษาอายุ 19 ปี เทคะแนนของตน ให้กับพรรคประชาธิปัตย์อย่างไม่ลังเล โดยกล่าวว่า ผู้นำที่จะนำประเทศไทยเข้าสู่เวทีโลกได้อีกครั้ง ไม่จำเป็นต้องเก่งทุกด้าน แต่ต้องบริหารคนให้ตรงกับจุดประสงค์ของงาน ต้องมีพร้อมทั้งความรู้ ความสามารถ และภาวะความเป็นผู้นำ

สำคัญคือต้องฟังเสียงประชาชน แต่ก็ต้องมีจุดยืนที่แน่วแน่เช่นกัน ความคาดหวังที่ภูมิต้องการให้รัฐบาลทำเป็นอย่างแรกคือ การลดความเหลื่อมล้ำของตัวเมืองและชนบท ซึ่งภูมิมั่นใจว่า ความคาดหวังของภูมิจะสามารถเป็นจริงได้อย่างแน่นอน หากมีนายกรัฐมนตรีและทีมบริหารมากฝีมือจากพรรคประชาธิปัตย์

เพราะมุมมองทางการเมืองที่แตกต่างกัน คือความสวยงามของประชาธิปไตย “พลังการเมืองใหม่” จากคนรุ่นใหม่ คือฐานเสียงสำคัญที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศเช่นกัน แม้จะเป็นกลุ่มช่วงวัยที่มีสัดส่วนน้อยที่สุดจากผลสำรวจของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแลกเปลี่ยนและหลอมรวมอิทธิพลทางความคิดของแต่ละช่วงวัย ทำให้เกิดการตกตะกอนไปสู่ผลลัพธ์ทางการเมืองที่เกิดจากประชาชนอย่างแท้จริง

 8 กุมภาชี้ชะตาประเทศ อนาคตที่วาดไว้อยู่ในมือของประชาชนคนไทยทุกคน “รัฐบาล” ที่กำลังจะเกิดขึ้นจากการลงคะแนนเสียงครั้งนี้ จะเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า อนาคตของประเทศไทยที่เราคาดหวังอยากจะเห็น เป็นอย่างไร

เรื่องและภาพ: ณัฐธัญ รุธิรโก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *