วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมเลิศปัญญา คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่ ทีมนิติวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดงานเสวนาวิชาการ ‘รื้อ สร้าง ร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประชามติแบบไหนที่ใจประชาชนต้องการ’ ถกปัญหารัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 และหลายมุมมองประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่พร้อมการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้
ร่วมเสวนาโดย
ผศ.ดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นันทวัฒน์ ศักดิ์สกุลคุณากร เครือข่ายรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (conforall)
รศ.ธีระ สุธีวรางกูร อดีตอาจารย์ภาควิชากฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย พรรคประชาชน
ดำเนินรายการโดย อวัสดา จรูญวงศ์ และพิชญา เชวงกิจวรกุล
ผศ.สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ กล่าวว่าจุดประสงค์งานเสวนาในครั้งนี้เพื่อร่วมทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากหลายมุมมอง เพื่อร่วมเป็นหนึ่งในแรงผลักดันทางสังคมที่จะส่งเสริมความเข้าใจต่อกระบวนการประชามติและกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อสังคม

ประชามติรัฐธรรมนูญ 8 ก.พ. กับประตูบานแรก
สำหรับการทำประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ มีคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ซึ่งผู้มีสิทธิสามารถออกเสียง “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความเห็น” ต่อคำถามดังกล่าว และกระบวนการประชามติในครั้งนี้เป็น “ประตูบานแรก” ของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ต้องผ่านขั้นตอนประชามติรวม 3 ครั้ง
รศ.ธีระ กล่าวว่าโดยหลักการแล้ว ประชามติคือการตั้งคำถามในประเด็นทางสังคม เพื่อถามประชาชนว่ามีความเห็นและตัดสินใจอย่างไร และผลของการจัดทำประชามติจะมีผลทางกฎหมาย

ด้าน นายนันทวัฒน์ กล่าวว่า ประชามติในครั้งนี้เหมือนการสอบถามประชาชนในเบื้องต้น ไม่ใช่การถกเถียงหรือแก้ไขในวิธีการร่างรัฐธรรมนูญหรือเนื้อหาสาระภายในรัฐธรรมนูญ เพียงแต่เปรียบกับการสอบถามว่า ‘ต้องการมีรถยนต์คันใหม่หรือไม่’
หากผลการออกเสียงประชามติ “ไม่เห็นชอบ” จะไม่สามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่หากผลการออกเสียงได้ข้อสรุปว่า “เห็นชอบ” จะสามารถเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

ปัญหาเสถียรภาพทางการเมือง จากรัฐธรรมนูญ 2560
ผศ.ดร.เข็มทอง และ รศ.ธีระ มีความเห็นตรงกันในมุมของนักกฎหมายว่าหนึ่งในปัญหาสำคัญของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เกี่ยวข้องกับขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระซึ่งยึดโยงกับเสถียรภาพทางการเมืองรวมถึงความมั่นคงของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
“โดยธรรมชาติของศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่เพื่อตรวจสอบร่างกฎหมายที่จัดทำขึ้น เพื่อพิจารณาว่าขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไรก็ตามกลับมีประเด็นข้อพิพาททางการเมือง (politicization of judiciary process) ที่ทำให้กระบวนการศาลกลายเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางการเมือง” ผศ.ดร.เข็มทอง กล่าว พร้อมยกตัวอย่างกรณีการตัดสินความผิดทางจริยธรรมของรัฐมนตรีรวมถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนมองว่าควรเป็นการชี้ขาดจากประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหรือรัฐสภามากกว่าการให้อำนาจศาลตัดสิน

รศ.ธีระ เสริมเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองว่า ด้านนี้จะเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนทั้งทางตรงและโดยอ้อม เช่น การผลักดันนโยบายของรัฐบาลที่ต้องมีความต่อเนื่องจะเกิดขึ้นยากหากการเมืองไร้เสถียรภาพ
“รัฐธรรมนูญไม่ได้ช่วยให้อิ่มเวลาหิว แต่เป็นกลไกเพื่อช่วยหาเงินไปซื้ออาหารเวลาหิว”
สิทธิเสรีภาพประชาชนถูกลดความสำคัญในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน
นายนันทวัฒน์ กล่าวถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 จากตัวอย่างในหมวดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนว่าเห็นความเปลี่ยนแปลงจากรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 อย่างมีนัยสำคัญ ด้วยจำนวนมาตราที่ลดลงเหลือเพียง 25 มาตราในฉบับปัจจุบัน จากเดิมอย่างน้อย 40 มาตราในรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550
นอกจากจำนวนมาตราที่ลดลง ยังมีนัยสำคัญอื่นอีก 4 ด้าน ได้แก่
1. สิทธิเสรีภาพของประชาชน “ถูกย้าย” ไปยังหน้าที่ของรัฐ : จุดมุ่งหมายของการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ของผู้ร่าง เช่น สิทธิในการศึกษาอยู่ในหมวดสิทธิเสรีภาพ แต่เมื่อกลับมาระบุอยู่ในหมวดหน้าที่ของรัฐ ตนมองว่าความสำคัญของ “หน้าที่” และ “สิทธิ” จะต่างกัน จากนัยยะของสิทธิคือการได้มาการได้มาโดยชอบธรรม เปลี่ยนเป็น รัฐมีหน้าที่จัดสรรให้
ผู้รณรงค์กลุ่ม conforall มองว่าการกำหนดเช่นนี้ในทางปฏิบัติแล้วถือเป็นการ “ลดความสำคัญ” ของสิทธิและเสรีภาพโดยชอบธรรมของประชาชน
2. สิทธิเสรีภาพที่ขาดหายไป เช่น ไม่มีการระบุ ‘สิทธิเด็ก’ ในรัฐธรรมนูญฉบับ 2560
3. สิทธิเสรีภาพถูก “ลดสเปค” : เช่น สิทธิการเข้าถึงสาธารณสุขของประชาชน ยกตัวอย่าง รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540/2550 มีการระบุประโยคขยายความ เช่น “(รัฐต้องดำเนินการ…) ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบสุขภาพที่เป็นการสร้างเสริมสุขภาพอันนําไปสู่ สุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชน รวมทั้งจัดและส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ” แต่ฉบับปัจจุบัน ระบุไว้แค่ “บุคคลผู้ยากไร้ย่อมมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายบัญญัติ”
4. ข้อจำกัดสิทธิเสรีภาพด้วยเหตุผล “ความมั่นคงของรัฐ” : นายนันทวัฒน์ มองว่าการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนซึ่งจำเป็นต้องได้สัดส่วนและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจำกัดสิทธิเสรีภาพ แต่มีหนึ่งประเด็นที่ระบุเพิ่มเติมถึงเหตุผลเรื่อง ‘ความมั่นคงของรัฐ’ ที่ปรากฎข้อความนี้ใน 5 มาตรา 15 เรื่อง ทั้ง เสรีภาพในการชุมนุม เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ถือสิทธิเสรีภาพเหล่านี้โดยหลักการถือเป็นสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน
“สิทธิเสรีภาพตามคุณค่าของประชาธิปไตยลดลง จากเป็นประชาชนที่มีอำนาจสูงสุด กลายเป็นไพร่ฟ้าผู้ที่รอคอยการช่วยเหลือจากรัฐ” นายนันทวัฒน์กล่าว

รัฐธรรมนูญ 2560 ปราบโกงจริงหรือไม่?
รศ.ธีระกล่าวว่าระยะเวลา 8 ปีที่ใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีองค์กรอิสระเกี่ยวข้องกับการปราบทุจริต เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือ สำนักงานผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มานั้น ตัวเลขสถิติดัชนีค่าความโปร่งใสของประเทศลดลงและคอร์รัปชันของประเทศไม่ได้ลดลง และมูลค่าการเสียค่าคอร์รัปชันแต่ละปีอยู่ที่ราว 5 แสนล้านบาทต่อปี จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ
และที่มาขององค์กรอิสระดังกล่าวข้างต้นมาจากการแต่งตั้งของสมาชิกวุฒิสภาซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

แก้ไขรายมาตรา หรือ ทำใหม่ทั้งฉบับ?
รศ.ดร.เข็มทอง กล่าวว่า กระบวนการประชามติในครั้งนี้ เป็นกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ “ภายใต้กลไกของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน” และกระบวนการขั้นต่อไปจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการของรัฐสภา ทั้งเสียงโหวตของฝ่ายค้าน วุฒิสภาเพื่อนำไปสู่กระบวนการหารือด้านสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) รวมถึงเนื้อหาสาระของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป
“การทำประชามติครั้งเดียว เพื่อยืนยันเสียงของประชาชนและจะใช้เวลาน้อยกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา”

เรื่องและภาพ: กองบรรณาธิการ









