5 เครื่องมือช่วยดูน้ำท่วมหาดใหญ่ รู้ทันฝน เฝ้าระวังน้ำ เตรียมพร้อมก่อนภัยมา

ฝนจะตกหนักแค่ไหน?

ปีนี้หาดใหญ่จะเสี่ยงน้ำท่วมมากน้อยเพียงใด?

แล้วพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ จะได้รับผลกระทบหรือไม่?

คำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประชาชนในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เฝ้าถามอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคมถึงปลายปี  ซึ่งเป็นช่วงที่พื้นที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยต้องระวังฝนตกหนักและน้ำหลาก

แต่วันนี้ การเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมไม่จำเป็นต้องรอให้ฝนตกหนัก หรือต้องรอประกาศเตือนภัยเพียงอย่างเดียว เพราะเราสามารถเข้าถึงข้อมูลจากเครื่องมือและแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อช่วยประเมินสถานการณ์ได้ล่วงหน้าด้วยตนเอง

PSU BROADCAST  จะมาชวนรับมือ รับรู้ สู้flood กับ 5 เครื่องมือหลักๆ ที่ช่วยดูน้ำท่วมหาดใหญ่ รู้ทันฝน เฝ้าระวังน้ำ เตรียมพร้อมก่อนภัยมา ที่จะช่วยให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และวางแผนรับมือได้อย่างเหมาะสม

เครื่องมือที่ 1 Hatyai City Climate

มองภาพรวมเพื่อเตรียมรับมือ  ดูกล้อง เช็กระดับน้ำ รู้ทันสถานการณ์

เริ่มจากเครื่องมือใกล้ตัวของคนหาดใหญ่ กับเว็บไซต์ Hatyai City Climate ที่พัฒนาโดยความร่วมมือของมูลนิธิเครือข่ายเมืองภาคใต้เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ SCCCRN ร่วมกับหน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในพื้นที่

จุดเด่นของเครื่องมือนี้ คือการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังน้ำท่วมไว้ในที่เดียว ทั้งภาพจากกล้อง CCTV ตามถนนและจุดเฝ้าระวังสำคัญ รวม 38 จุด   ภาพเรดาร์ฝน ข้อมูลระดับน้ำในคลองสายสำคัญ เช่น คลองอู่ตะเภา ตลอดจนข่าวสารและข้อมูลเตือนภัยที่ช่วยให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

วิธีใช้งาน แบ่งเป็น 2 ส่วน

ส่วนแรก ดูภาพจากกล้อง CCTV

เลือกกล้องในบริเวณที่ต้องการตรวจสอบ แล้วสังเกตสภาพถนน ทางน้ำ และระดับน้ำที่มองเห็นได้ เพื่อดูว่าสถานการณ์ในจุดนั้นเป็นอย่างไร และมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือไม่

ส่วนที่สอง เช็กระดับน้ำผ่านระบบ “น้องน้ำ”

ติดตามข้อมูลระดับน้ำจากสถานีตรวจวัดในพื้นที่ผ่านเว็บไซต์ รวมถึง QR Code “น้องน้ำ” เพื่อดูระดับน้ำและเปรียบเทียบแนวโน้มว่าน้ำกำลังเพิ่มขึ้นหรือลดลง

การใช้ข้อมูลทั้งสองส่วนร่วมกัน จะช่วยให้เห็นภาพสถานการณ์ได้ชัดเจนขึ้น เพราะกล้อง CCTV แสดงสภาพพื้นที่จริง ขณะที่ข้อมูลระดับน้ำช่วยให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบตำแหน่งสถานีและเวลาอัปเดตข้อมูลทุกครั้ง

นอกจากการเฝ้าระวังน้ำท่วมเฉพาะหน้าแล้ว แพลตฟอร์มนี้ยังช่วยให้ประชาชนเข้าใจความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว ทั้งรูปแบบฝนที่เปลี่ยนไป และความจำเป็นในการเตรียมเมืองและชุมชนให้พร้อมรับมือภัยพิบัติ เพราะการรับมือน้ำท่วมไม่ได้จบเพียงการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ แต่ต้องอาศัยข้อมูล การวางแผน และการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://hatyaicityclimate.org/

เครื่องมือที่ 2 HatYai ROD  

เชื่อมข้อมูล ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

บทเรียนสำคัญจากสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ปี 2568 คือ ข้อมูลความช่วยเหลือมีจำนวนมาก แต่กระจายอยู่ตามหลายช่องทาง บางข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน ขาดการตรวจสอบ หรือไม่เชื่อมโยงไปถึงทีมปฏิบัติงานในพื้นที่ ทำให้การประสานความช่วยเหลือเกิดความล่าช้า และอาจมีผู้ประสบภัยที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างแท้จริง

ปัญหานี้จึงนำไปสู่การพัฒนา HatYai ROD (OneData) ระบบรวบรวมและจัดการข้อมูล เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน หรือ EOC ส่วนหน้าจังหวัด ให้สามารถติดตามสถานการณ์และประสานความช่วยเหลือได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

หัวใจของระบบนี้ คือการนำข้อมูลจากหลายแหล่งมารวมไว้ในฐานข้อมูลกลาง ทั้งข้อมูลจากระบบออนไลน์ ข้อมูลออฟไลน์ และสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมใช้ AI ช่วยประมวลผลข้อมูลเบื้องต้น เพื่อให้เห็นภาพรวมของสถานการณ์และความต้องการความช่วยเหลือได้ชัดเจนขึ้น

นอกจากนี้ HatYai ROD ยังช่วยจัดระบบข้อมูลผู้ประสบภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถจำแนกข้อมูลตามบุคคล พื้นที่ และช่วงเวลา รวมถึงเชื่อมโยงข้อมูลบ้านพี่เลี้ยง ศูนย์อพยพ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีอยู่ เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรและการส่งต่อความช่วยเหลือเป็นไปอย่างเหมาะสม

อีกส่วนสำคัญคือการติดตามผลการช่วยเหลือ และรายงานสถานการณ์ผ่าน Dashboard กลาง ทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถตรวจสอบความคืบหน้า เห็นความต้องการที่ยังรอการช่วยเหลือ และใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้สะดวกยิ่งขึ้น

HatYai ROD (OneData) จึงไม่ใช่แค่ระบบรวบรวมข้อมูล แต่เป็นเครื่องมือที่เชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับการปฏิบัติงานจริง เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงผู้ประสบภัยได้ตรงจุด ลดปัญหาข้อมูลตกหล่น และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในช่วงวิกฤตน้ำท่วม

วิธีใช้งาน คือ ให้เข้าสู่ระบบ Hatyai ROD ตามช่องทางที่หน่วยงานกำหนด แล้วเลือกดูข้อมูลหรือแผนที่ตามประเภทที่ต้องการ เช่น พื้นที่ประสบภัย จุดให้ความช่วยเหลือ หรือศูนย์พักพิง ทั้งนี้ ข้อมูลบางส่วนอาจเปิดให้เฉพาะเจ้าหน้าที่หรือผู้ได้รับอนุญาตใช้งาน

เครื่องมือนี้จึงเน้นการจัดการและประสานข้อมูลเพื่อช่วยเหลือประชาชน มากกว่าการใช้ดูระดับน้ำเพียงอย่างเดียว

เครื่องมือที่ 3 –  ROD Platform

จำลองสถานการณ์น้ำท่วม มองเห็นความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุ

หากเราสามารถมองเห็นล่วงหน้าได้ว่า เมื่อฝนตกหนักหรือน้ำเพิ่มสูงขึ้น พื้นที่ใดจะเสี่ยงน้ำท่วม น้ำลึกแค่ไหน และควรเตรียมตัวอย่างไร ก็จะช่วยให้การรับมือกับภัยพิบัติมีประสิทธิภาพมากขึ้น  นี่คือแนวคิดของ ROD Platform แพลตฟอร์มที่เปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการให้เป็นภาพแผนที่ที่เข้าใจง่าย คือนำแบบจำลองน้ำท่วมมาถ่ายทอดผ่านแผนที่ดิจิทัล ช่วยให้ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ มองเห็นภาพสถานการณ์น้ำที่อาจเกิดขึ้น และใช้ประกอบการวางแผนรับมือได้ล่วงหน้าได้

ผศ.ดร.สมพร ช่วยอารีย์ นักวิชาการด้านภัยพิบัติ ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี อธิบายว่า การมีข้อมูลที่ช่วยให้เห็นภาพล่วงหน้าของสถานการณ์น้ำท่วม เป็นเครื่องมือสำคัญในการเตรียมความพร้อมและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น  

จุดเด่นของ ROD Platform  ไม่ใช่เพียงการแสดงว่าพื้นที่ไหนอาจถูกน้ำท่วม แต่ยังช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำ สภาพพื้นที่ และระดับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้วางแผนพัฒนาเมือง เตรียมเส้นทางอพยพ และกำหนดพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษได้

วิธีใช้งาน ให้เข้าสู่แพลตฟอร์ม  เลือกพื้นที่ที่ต้องการ  แล้วดูแผนที่การจำลอง ทั้งระดับฝนหรือระดับน้ำในพื้นที่  และดูทิศทางการไหลของน้ำ เพื่อทำความเข้าใจว่าพื้นที่ใดอาจได้รับผลกระทบบ้าง

เพราะในการรับมือกับน้ำท่วม สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการรู้ว่า “น้ำมาแล้วหรือยัง” แต่คือการรู้ว่า พื้นที่ของเราเกี่ยวข้องแค่ไหน และควรทำอะไรต่อจากข้อมูลที่มีอยู่  

นอกจากนี้ ยังมีเว็บไซต์ PBWatch ที่รวบรวมข้อมูลติดตามสภาพอากาศและภัยพิบัติจากหลายหน่วยงานไว้ในที่เดียว ทั้งข้อมูลเรดาร์ฝน ปริมาณฝนสะสม พยากรณ์อากาศ เส้นทางพายุ สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำ ช่วยให้ผู้ใช้งานติดตามสถานการณ์ได้สะดวกยิ่งขึ้น

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.oas.psu.ac.th/rodplatform/RODDSS/

เครื่องมือที่ 4  ข้อมูลพยากรณ์อา กาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา

รู้ทันฝนก่อนเกิดความเสี่ยง

เครื่องมือที่เข้าถึงได้ง่ายและควรติดตามเป็นประจำ คือข้อมูลพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา โดยประชาชนสามารถตรวจสอบสภาพอากาศ  ปริมาณฝนที่กำลังตกและกลุ่มฝนที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา และแนวโน้มสภาพอากาศในช่วง 7 วันข้างหน้า รวมถึงประกาศเตือนภัยที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราประเมินได้ว่า ช่วงใดควรเพิ่มความระมัดระวัง และควรเตรียมความพร้อมมากขึ้นเมื่อมีการคาดการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง  แต่ต้องเข้าใจว่า พยากรณ์อากาศเป็นการคาดการณ์สภาพอากาศ ไม่ใช่การยืนยันว่าจะเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง จึงควรใช้ร่วมกับข้อมูลระดับน้ำและประกาศเตือนภัยอื่น ๆ

วิธีใช้งาน เข้าเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา เลือกดูภาพเรดาร์ของสถานีที่ครอบคลุมอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง จากนั้นเปรียบเทียบภาพเรดาร์ต่อเนื่องหลายช่วงเวลา สังเกตตำแหน่งและความเข้มของกลุ่มฝน รวมถึงทิศทางการเคลื่อนตัว  หากพบกลุ่มฝนขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ ควรติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และตรวจสอบระดับน้ำในคลองหรือจุดเสี่ยงควบคู่กันไป

ติดตามได้ที่ https://weather.tmd.go.th/

ติดตามได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา: https://songkhla.tmd.go.th/

เครื่องมือที่ 5 ThaiWater คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ  

ดูข้อมูลน้ำหลายพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ให้รอบด้าน

เครื่องมือสุดท้าย คือ ThaiWater หรือระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ ซึ่งพัฒนาโดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านน้ำจากหลายหน่วยงานไว้ในระบบเดียว

จุดเด่นคือช่วยให้ประชาชนติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำได้หลากหลาย ทั้งปริมาณฝน ระดับน้ำในแม่น้ำและลำคลอง สถานการณ์เขื่อน และข้อมูลคาดการณ์ตามบริการที่ระบบเปิดให้ใช้งาน ทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมของสถานการณ์น้ำได้กว้างกว่าการดูเฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง

วิธีใช้งาน เข้าเว็บไซต์ ThaiWater แล้วเลือกดูแผนที่หรือข้อมูลของจังหวัดสงขลาและพื้นที่ที่สนใจ จากนั้นตรวจสอบปริมาณฝนย้อนหลัง ระดับน้ำตามสถานีตรวจวัด และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเปรียบเทียบข้อมูลหลายช่วงเวลาเพื่อดูแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่น หากมีฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำ ควรติดตามทั้งข้อมูลฝนและระดับน้ำจากสถานีที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ปลายน้ำ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาและระดับผลกระทบขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และปัจจัยอื่น ๆ ด้วย

ThaiWater จึงเหมาะสำหรับการติดตามสถานการณ์น้ำในภาพรวม และนำข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจร่วมกับเรดาร์ฝน กล้อง CCTV และประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการ

ติดตามได้ที่ https://www.thaiwater.net/

ทั้ง 5 เครื่องมือมีบทบาทแตกต่างกัน ตั้งแต่การพัฒนาระบบรับมืออุทกภัย การติดตามสถานการณ์น้ำ การพยากรณ์อากาศ ไปจนถึงการทำความเข้าใจความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แต่สิ่งสำคัญคือ อย่ารอให้มีน้ำท่วมแล้วจึงเริ่มหาข้อมูล แต่ควรติดตามสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกหนักต่อเนื่อง หรือมีประกาศเตือนภัย

ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ พร้อมสังเกตสถานการณ์จริงในพื้นที่ เตรียมเอกสารสำคัญ ยา ของใช้จำเป็น และวางแผนเส้นทางอพยพไว้ล่วงหน้า

เพราะแม้เราไม่สามารถหยุดฝนหรือควบคุมธรรมชาติได แต่การรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถช่วยลดความเสี่ยงและความสูญเสียได้

“รู้ทันฝน เฝ้าระวังน้ำ เตรียมพร้อมก่อนภัยมา เพราะการรับมือที่ดี เริ่มต้นได้จากข้อมูลที่เราติดตามในวันนี้“

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *