คณะเศรษฐศาสตร์ ม.อ. เปิดตัวคลังสมองเศรษฐกิจภาคใต้ ประเดิมโปรเจกต์  “PSU ECON POLL” ลุยสำรวจหาดใหญ่ ปัดฝุ่นเศรษฐกิจ รับมือน้ำท่วม ชูเมืองอาหารสู้ภัยพิบัติ

คณะเศรษฐศาสตร์ ม.อ. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เปิดตัวคลังสมองเศรษฐกิจภาคใต้  จัดทำ “PSU ECON POLL” ซีรีส์แรก “Hatyai Gastronomy Reborn 2026”  ลุยสำรวจหาดใหญ่ ปัดฝุ่นเศรษฐกิจ รับมือน้ำท่วม ชูเมืองอาหารสู้ภัยพิบัติ หนุนท่องเที่ยวคุณภาพสูง

ท่ามกลางความท้าทายด้านภัยพิบัติและความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน การขับเคลื่อนเมืองท่องเที่ยวอย่าง “หาดใหญ่” ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง จำเป็นต้องอาศัยเสียงสะท้อนจากพื้นที่และข้อมูลเชิงประจักษ์ทางเศรษฐศาสตร์ ล่าสุด คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ได้เปิดตัวศูนย์คลังสมองเศรษฐศาสตร์ของภาคใต้ หรือ  “PSU ECON THINK TANK” พร้อมประเดิมภารกิจแรกด้วยการทำ PSU ECON POLL ซีรีส์แรก “Hatyai Gastronomy Reborn 2026” เมืองหาดใหญ่ Gastronomy พร้อมสู้ภัยน้ำท่วม 2026 ภายใต้ยุทธศาสตร์ SO5 ของมหาวิทยาลัย โดยระดมกำลังคณาจารย์และนักศึกษากว่า 230 คน ลงพื้นที่สำรวจภาคสนามอย่างเข้มข้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา

ผศ.ดร.อริศรา ร่มเย็น เณรานนท์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยพันธกิจเพื่อสังคมและวิเทศสัมพันธ์ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.อ. เปิดเผยว่า จุดกำเนิดของ PSU ECON THINK TANK เกิดจากความต้องการนำองค์ความรู้ทางวิชาการและงานวิจัยของคณะเศรษฐศาสตร์แห่งแรกในภาคใต้ มาขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรมในการเป็นคลังสมองของภูมิภาค โดยร่วมมือกับศูนย์อาเซียนศึกษา ดร.ถนัด คอมันตร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงวิทยุ ม.อ. (PSU Braodcast) และศูนย์สารสนเทศภูมิศาสตร์ฯ และคณะการจัดการสิ่งแวดล้อม ม.อ.

สำหรับโพลซีรีส์แรกนี้ ได้รับโจทย์ต่อยอดมาจากยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ภายใต้การดูแลของ ผศ.ดร.สุพัตรา เดวิสัน ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการอาเซียนและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา ดร.ถนัด คอมันตร์  ซึ่งขับเคลื่อนประเด็น Gastronomy และเครือข่ายร้านอาหารกว่า 100 ร้าน รวมถึงการทำโครงการร่วมกันกับ  สถานีวิทยุกระจายเสียงวิทยุ ม.อ. (PSU Braodcast)  ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า ผู้ประกอบการ ประชาชน และนักท่องเที่ยว จะได้รับประโยชน์และมีความพร้อมมากน้อยเพียงใดในการรับมือ   คณะเศรษฐศาสตร์จึงเข้ามาช่วยประเมินมูลค่าเพิ่ม (Value Added) และสะท้อนภาพเศรษฐกิจและสังคมออกมาอย่างรอบด้าน

การลงพื้นที่สำรวจครั้งครอบคลุมพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และเทศบาลเมืองคอหงส์ โดยมีการกระจายกลุ่มตัวอย่างรวมถึงสิ้น 1,700 ชุด แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ

  1. นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (900 ชุด): ดำเนินการโดยทีมนักศึกษาใช้ภาษาอังกฤษในการลงพื้นที่สำรวจและเก็บข้อมูล เพื่อสะท้อนมุมมองและพฤติกรรมการใช้จ่าย การรับรู้เรื่องราวเส้นทางอาหาร (Food Tourism) และแนวทางความช่วยเหลือที่ต้องการหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
  2. ผู้ประกอบการร้านอาหาร (96 ชุด): เจาะลึกผู้ประกอบการในพื้นที่เพื่อประเมินรายได้และการฟื้นตัวทางธุรกิจ  หลังจากมีสื่อหรือกิจกรรมเข้ามาช่วยโปรโมท (เช่น คลิปจาก PSU Broadcast
  3. ครัวเรือนใน 5 เขตของหาดใหญ่ (700 ชุด) เน้นสำรวจความเชื่อมั่น ความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติ และการเข้าถึงอาหาร และการประเมินบทบาทของ มอ. ในการเป็นศูนย์พักพิง ตลอดจนข้อเสนอแนะต่อระบบเตือนภัยล่วงหน้า

สำหรับการเก็บข้อมูลจะเก็บผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการประมวลผล สรุปข้อมูล ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 80 แล้ว  คาดว่าน่าจะสามารถสรุปผลโพลเเสร็จภายใน 2 สัปดาห์   แต่จากการประเมินโพลเบื้องต้นพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ มีความกังวลและให้ความสำคัญกับความเสียหายของทรัพย์สิน สุขภาพ ความอบอุ่นในครอบครัว และปัญหาการขาดแคลนอาหารหากเกิดน้ำท่วมซ้ำรอยปี 2568

นอกจากนี้ยังมีความต้องการด้าน “ระบบเตือนภัยล่วงหน้า” ที่มีประสิทธิภาพเพื่อเตรียมรับมือความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยว เพื่อประเมินการเดินทางมาท่องเที่ยวในเมืองหาดใหญ่

ส่วนบทบาทศูนย์พักพิง ม.อ. ผลประเมินจากผู้ประสบภัยและเครือข่ายในปีที่ผ่านมา ให้คะแนนความพึงพอใจสูงถึงระดับ 5 ในการทำหน้าที่เป็นศูนย์พักพิงที่ช่วยเหลือและบรรเทาสถานการณ์วิกฤตได้อย่างยอดเยี่ยม

ขณะที่ร้านอาหาร พบว่าจากโครงการเผยแพร่สื่อผ่านเครือข่าย ม.อ. ผ่านสถานีวิทยุ ม.อ. ร้านอาหารต่างระบุว่า ช่วยเพิ่มรายให้กับร้านค้าในท้องถิ่นบางแห่งสูงขึ้นถึง 80-100% ในช่วงเวลาที่สื่อเผยแพร่ออกไป

ผศ.ดร.อริศรา ระบุต่อว่า โครงการ “Hatyai Gastronomy Reborn 2026” จึงไม่ใช่เพียงแค่การสำรวจความคิดเห็นทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่หลอมรวมอัตลักษณ์ความอร่อยของเมืองหาดใหญ่เข้ากับมาตรการรับมือภัยพิบัติอย่างชาญฉลาด ข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการระดมสมองและพลังของประชาคม ม.อ. ในครั้งนี้ จะถูกนำไปประมวลผลเพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นเข็มทิศในการขับเคลื่อนหาดใหญ่สู่การเป็น เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่พร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างยั่งยืน ต่อไป



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *