โซลาร์ภาคประชาชน : พลิกวิกฤตค่าไฟ หรือ การลงทุนที่ต้องคิดหนัก?ผู้เชี่ยวชาญแนะเช็กความพร้อมก่อนติดตั้ง

โซลาร์ภาคประชาชน : พลิกวิกฤตค่าไฟ หรือ การลงทุนที่ต้องคิดหนัก?  ผู้เชี่ยวชาญแนะเช็กความพร้อมก่อนติดตั้ง  อย่ารีบลงทุนเพียงเพราะรัฐช่วย 50,000 บาท บ้านใช้ไฟกลางวันมากคุ้มกว่า

“เปลี่ยนแดดบนหลังคา ให้เป็นค่าไฟที่ลดลง!” เมื่อภาครัฐส่งแรงจูงใจ สนับสนุนการติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชน รายละ 50,000 บาท จุดประกายความสนใจให้หลายครัวเรือนที่ต้องการลดภาระค่าไฟ และสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้การไฟฟ้า แต่การลงทุนครั้งนี้จะคุ้มค่าจริงหรือไม่ และบ้านแบบไหนที่เหมาะกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์มากที่สุด?

ผศ.ดร.สมพร ช่วยอารีย์ ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ ชวนประชาชนมองโครงการนี้ให้รอบด้าน ทั้งโอกาสในการประหยัดค่าไฟ ข้อจำกัดของระบบ และความพร้อมทางการเงิน ก่อนตัดสินใจลงทุนในระยะยาว

สำหรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน รัฐบาลสนับสนุนค่าะติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ รายละ 50,000 บาท ตั้งเป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน เปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2570 โดยระบบต้องมีขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งรวมประมาณ 130,000–150,000 บาท

ผศ.ดร.สมพร มองว่า โครงการนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับครัวเรือนที่มีความพร้อมทางการเงิน และมีแผนติดตั้งโซลาร์เซลล์อยู่แล้ว เพราะเงินสนับสนุนจากภาครัฐจะช่วยลดต้นทุนได้ถึง 50,000 บาท แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่มีความพร้อม หรือต้องกู้ยืมเงินมาลงทุน ควรพิจารณาให้รอบด้าน เพราะนอกจากค่าอุปกรณ์และติดตั้งแล้ว ยังมีภาระดอกเบี้ยและหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบตามมา

นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนติดตั้ง ไม่ใช่เพียงเงินสนับสนุนที่ได้รับ แต่คือพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของแต่ละครัวเรือน โดยเฉพาะปริมาณการใช้ไฟในช่วงกลางวัน เพราะระบบที่โครงการส่งเสริมเป็นระบบ On-Grid หรือระบบโซลาร์เซลล์ที่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า เหมาะกับบ้านที่มีการใช้ไฟฟ้ามากในช่วงที่มีแสงแดด

“ประเมินคร่าวๆ ว่า ครัวเรือนที่มีค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 2,000–4,000 บาทต่อเดือน และมีการใช้ไฟฟ้าสูงในช่วงกลางวัน อาจมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการติดตั้งระบบดังกล่าวมากกว่า โดยอาจช่วยลดค่าไฟได้ประมาณ 2,000–2,500 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้และสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจริง ไม่ใช่ทุกครัวเรือนจะประหยัดได้ในระดับเดียวกันคำแนะนำคือ ก่อนตัดสินใจติดตั้ง แต่ละครัวเรือนควรทดลองจดบันทึกพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของตัวเอง โดยเฉพาะช่วงเวลา 07.00–17.00 น. ว่าในแต่ละวันมีการใช้ไฟฟ้ามากน้อยเพียงใด เพราะหากสมาชิกในบ้านออกไปทำงานหรือเรียนในช่วงกลางวัน แล้วกลับมาใช้ไฟฟ้าหนักในช่วงเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีแสงแดด การลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์อาจไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร นอกจากนี้ ยังต้องเข้าใจข้อจำกัดของระบบ On-Grid ด้วยว่า แม้ในช่วงที่มีแสงแดดจัด หากไฟฟ้าจากการไฟฟ้าดับ ระบบโซลาร์เซลล์ก็จะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติ เนื่องจากไม่มีแบตเตอรี่สำรองไฟ ดังนั้น ผู้ที่คาดหวังว่าจะสามารถใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ได้ในช่วงไฟดับ ต้องทำความเข้าใจระบบให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ

ส่วนการขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้การไฟฟ้า ซึ่งมีอัตรารับซื้อประมาณหน่วยละ 2.20 บาทนั้น  ผศ.ดร.สมพร มองว่า แม้จะเป็นช่องทางสร้างรายได้เพิ่มเติม แต่ผลตอบแทนอาจไม่ได้สูงมากนักเมื่อเทียบกับการนำไฟฟ้าที่ผลิตได้มาใช้เองภายในบ้าน  ยกตัวอย่าง หากระบบผลิตไฟฟ้าได้วันละ 20 หน่วย และครัวเรือนใช้เอง 10 หน่วย เหลือขายคืนอีก 10 หน่วย ก็จะมีรายได้ประมาณ 22 บาทต่อวัน หรือราว 660 บาทต่อเดือน ซึ่งแม้จะเป็นรายได้เพิ่มเติม แต่ก็ต้องประเมินว่าคุ้มค่าหรือไม่

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือคุณภาพของอุปกรณ์และผู้ประกอบการติดตั้ง โดยเฉพาะแผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบ แม้ผู้ประกอบการจะมีรายชื่ออยู่ในบัญชีที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมโครงการ ก็ไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะละเลยการตรวจสอบคุณภาพได้ จึงควรศึกษาข้อมูลยี่ห้อ รุ่น มาตรฐานผลิตภัณฑ์ การรับประกัน และบริการหลังการขายให้ชัดเจน ดังนั้นควรเลือกผู้ประกอบการที่มีความน่าเชื่อถือ มีความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ และหากเป็นไปได้ควรเลือกบริษัทที่มีทีมงานอยู่ในพื้นที่ เพื่อความสะดวกในการดูแลรักษาระบบในระยะยาว  นอกจากการติดตั้งแล้ว เจ้าของบ้านยังควรศึกษาวิธีดูแลรักษาระบบ โดยเฉพาะการตรวจสอบและทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์อย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง

ส่วนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะลงทุนดีหรือไม่ ผศ.ดร.สมพร แนะนำว่าไม่จำเป็นต้องเร่งรีบตัดสินใจเพียงเพราะมีเงินสนับสนุนจากภาครัฐ เพราะยังมีเวลาในการศึกษาข้อมูล หรืออาจรอดูผลการติดตั้งของกลุ่มแรกที่มีความพร้อม เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นก่อนก็ได้

ทั้งนี้ เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์มีแนวโน้มพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และต้นทุนอุปกรณ์อาจลดลงได้ในอนาคต การรอให้มีข้อมูลและความพร้อมมากขึ้น จึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการรีบลงทุนโดยยังไม่เข้าใจระบบอย่างเพียงพอ

สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการเบื้องต้น ต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ชื่อเจ้าของบ้านตรงกับชื่อผู้ใช้ไฟฟ้าตามมิเตอร์ และติดตั้งผ่านการไฟฟ้าหรือผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนตามเงื่อนไขโครงการ

“ เงินสนับสนุน 50,000 บาท อาจเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่มีความพร้อม แต่ไม่ควรเป็นเหตุผลเดียวในการตัดสินใจติดตั้งโซลาร์เซลล์  ประชาชนควรใช้เวลาศึกษาพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของบ้านตนเอง ตรวจสอบความพร้อมของหลังคา ทิศทางการรับแสง ประเมินต้นทุนและระยะเวลาคืนทุน รวมถึงพิจารณาภาระทางการเงินให้เหมาะสมกับรายได้ของครอบครัว  เพราะการลงทุนพลังงานสะอาดที่คุ้มค่า ไม่ใช่เพียงการลดค่าไฟในวันนี้ แต่ต้องเป็นการลงทุนที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างประโยชน์ให้ครัวเรือนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว”

ข้อมูล จากรายการแลบ้านแลเมือง  

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *