ก่อนน้ำมา เช็กให้ชัวร์! ประกันรถคุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่

เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มส่งสัญญาณเตือน สิ่งหนึ่งที่เจ้าของรถต้องเร่งตัดสินใจ คือจะเคลื่อนย้ายรถไปจอดที่ไหนให้ปลอดภัย หรือหากหนีน้ำไม่ทัน จะมีหลักประกันอะไรช่วยแบ่งเบาภาระค่าซ่อมได้บ้าง

เพราะน้ำท่วมรถไม่ได้สร้างความเสียหายเพียงเบาะหรือพรมเปียก แต่ยังอาจกระทบเครื่องยนต์ ชุดเกียร์ กล่องควบคุม สายไฟ เซนเซอร์ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจทำให้ค่าซ่อมพุ่งสูง โดยเฉพาะรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีระบบควบคุมจำนวนมาก

ประกันรถยนต์ เช็กให้ชัวร์ คุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่?

โดยทั่วไป ประกันรถยนต์ประเภท 1 มักให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ขณะที่ประกันประเภท 2+ และ 3+ ไม่ได้คุ้มครองน้ำท่วมโดยอัตโนมัติ เจ้าของรถจึงควรตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์ที่ถืออยู่ให้ชัดเจน ทั้งความคุ้มครอง วงเงินชดเชย และข้อยกเว้นต่าง ๆ

เพราะแม้จะมีประกันรถยนต์ แต่หากความเสียหายเกิดจากภัยที่ไม่อยู่ในความคุ้มครอง หรือมีเงื่อนไขบางประการที่ไม่เข้าเกณฑ์การเคลม เจ้าของรถก็อาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเอง

น้ำท่วมรถ 5 ระดับ ประเมินความเสียหายอย่างไร?

ความเสียหายจากน้ำท่วมรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป สามารถแบ่งระดับเบื้องต้นตามความสูงของน้ำที่เข้าถึงตัวรถได้ 5 ระดับ โดยค่าซ่อมต่อไปนี้เป็นเพียงประมาณการ ไม่ใช่อัตราจ่ายสินไหมตายตัว

ระดับ A น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถ ค่าซ่อมประมาณ 8,000–10,000 บาท ความเสียหายส่วนใหญ่อยู่ที่พรมและวัสดุภายใน

ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง ค่าซ่อมประมาณ 15,000–20,000 บาท อาจต้องทำความสะอาดหรือเปลี่ยนวัสดุหุ้มเบาะและพรม รวมถึงตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า

ระดับ C น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมประมาณ 25,000–30,000 บาท เริ่มมีความเสี่ยงต่อกล่องควบคุม สายไฟ และระบบอิเล็กทรอนิกส์

ระดับ D น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป อาจกระทบระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์หลายส่วน ทำให้ค่าซ่อมสูงกว่าประมาณการได้มาก

ระดับ E รถจมน้ำทั้งคัน ต้องตรวจสอบความเสียหายอย่างละเอียด และอาจเข้าเกณฑ์เสียหายสิ้นเชิง หรือ Total Loss

ทั้งนี้ ค่าซ่อมจริงขึ้นอยู่กับรุ่นรถ สภาพความเสียหาย และผลการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญ ไม่สามารถใช้ระดับน้ำเพียงอย่างเดียวเป็นตัวตัดสินค่าชดเชยได้

ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าจะมีเกณฑ์พิจารณาความเสียหายของแบตเตอรี่ ตัวรถ และคู่มือผู้ผลิตประกอบ ร่วมกัน คปภ. โดยกำหนดอัตราการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแบตเตอรี่ EV  คือ

  • อายุไม่เกิน 1 ปี ชดใช้ค่าแบตเตอรี่ 100%
  • 1 ปี ไม่เกิน 2 ปี ชดใช้ 90% และผู้เอาประกันรับผิดชอบส่วนต่าง 10%
  • 2 ปี ไม่เกิน 3 ปี ชดใช้ 80%
  • 3 ปี ไม่เกิน 4 ปี ชดใช้ 70%
  • 4 ปี ไม่เกิน 5 ปี ชดใช้ 60%
  • 5 ปีขึ้นไป ชดใช้ 50%

รถเสียหายหนัก ประกันจ่ายอย่างไร?

กรณีรถได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง บริษัทประกันจะพิจารณาว่ารถสามารถซ่อมแซมได้หรือเข้าข่ายเสียหายสิ้นเชิง หรือ Total Loss โดยทั่วไปมีการใช้เกณฑ์ค่าซ่อมตั้งแต่ประมาณ 70% ของมูลค่ารถตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องประกอบการพิจารณา

หากเข้าเกณฑ์ดังกล่าว บริษัทประกันจะพิจารณาชดใช้ตามทุนประกันและเงื่อนไขที่กำหนด แทนการซ่อมรถตามปกติ

ดังนั้น หากรถถูกน้ำท่วมหนัก เจ้าของรถควรสอบถามบริษัทประกันให้ชัดเจนถึงแนวทางประเมินความเสียหาย วงเงินชดเชย และสิทธิที่ได้รับตามกรมธรรม์

รถยนต์ไฟฟ้า EV ถูกน้ำท่วม ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ?

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ความเสียหายจากน้ำท่วมอาจกระทบทั้งชุดแบตเตอรี่แรงดันสูง ระบบควบคุมไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง หากระบบสำคัญได้รับความเสียหาย ค่าใช้จ่ายในการซ่อมอาจสูง และอาจมีผลต่อการพิจารณาว่าควรซ่อมหรือเข้าเกณฑ์ Total Loss

หากรถ EV ถูกน้ำท่วม สิ่งสำคัญคือห้ามสตาร์ทหรือทดลองขับเพื่อทดสอบอาการ หลีกเลี่ยงการสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียหาย และแจ้งบริษัทประกันเพื่อประสานการตรวจสอบและเคลื่อนย้ายโดยผู้เชี่ยวชาญ

น้ำลดแล้ว เคลมประกันรถอย่างไรให้ถูกขั้นตอน?

เมื่อรถถูกน้ำท่วม สิ่งแรกที่ต้องทำคืออย่าเพิ่งสตาร์ทเครื่องยนต์ เพราะอาจทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะหากน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์หรือระบบไฟฟ้า จากนั้นดำเนินการตามขั้นตอนสำคัญ ดังนี้

  1. แจ้งบริษัทประกันโดยเร็ว ผ่านสายด่วน แอปพลิเคชัน หรือตัวแทนประกันภัย พร้อมระบุสถานที่และลักษณะความเสียหาย
  2. ถ่ายภาพและรวบรวมหลักฐาน ทั้งภาพรถรอบคัน ระดับน้ำที่ท่วมถึง และร่องรอยความเสียหาย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
  3. อย่าเพิ่งซ่อมหรือเคลื่อนย้ายรถโดยพลการ ควรรอคำแนะนำจากบริษัทประกัน หากจำเป็นต้องดำเนินการเร่งด่วน ให้ถ่ายภาพและเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายไว้
  4. ตรวจสอบผลประเมินความเสียหาย ทั้งรายการซ่อม วงเงินชดเชย ค่าเสียหายส่วนแรก และเงื่อนไขการจ่ายสินไหม
  5. หากมีปัญหาเรื่องการเคลม สามารถขอคำแนะนำจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ผ่านสายด่วน 1186

นอกจากนี้ ผู้ใช้รถยังสามารถตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยผ่าน LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ.รอบรู้” ในเมนู “กรมธรรม์ของฉัน (My Policy)” เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลประกันภัยที่เกี่ยวข้อง

น้ำท่วมรถหนึ่งครั้ง อาจสร้างความเสียหายมากกว่าที่คิด การเตรียมตัวก่อนภัยมา จึงไม่ใช่แค่การหาที่จอดรถปลอดภัย แต่ต้องรู้ด้วยว่าประกันที่มีอยู่คุ้มครองอะไรบ้าง ดังนั้น  ก่อนน้ำมา อย่าลืมเช็กประกันรถให้ชัวร์!!!  

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *