เมื่อสัตว์เลี้ยงเจ็บป่วย สิ่งที่เจ้าของปรารถนามากที่สุดคือการรักษาให้ดีที่สุด และยื้อชีวิตสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักให้อยู่กับครอบครัวไปนานที่สุด แต่สำหรับบางครอบครัว ค่ารักษาพยาบาลกลับเป็นภาระหนักอึ้งเกินกว่ากำลังทรัพย์จะรับไหว โดยเฉพาะสัตว์ป่วยที่ต้องผ่าตัด มีอาการวิกฤต หรือต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง จนเจ้าของต้องเผชิญกับทางเลือกที่เจ็บปวด ระหว่าง “ความต้องการที่จะยื้อชีวิต กับข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายที่ไม่อาจแบกรับได้”
ปัญหา “อยากรักษา แต่ไม่มีเงินจ่าย” เป็นสิ่งที่โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบเจอมาอย่างต่อเนื่อง แม้สัตวแพทย์จะพร้อมให้การรักษา และสัตว์ป่วยยังมีโอกาสกลับมามีชีวิตที่ดีได้ แต่ข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์กลับทำให้การรักษาต้องสะดุด ปัญหานี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.อ. พยายามหาทางออก จนนำไปสู่การจัดตั้ง “กองทุนสงเคราะห์สัตว์ป่วย” เพื่อแบ่งเบาภาระค่ารักษา และเปิดโอกาสให้สัตว์ป่วยที่เจ้าของขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
จากปัญหาซ้ำในโรงพยาบาลสู่กองทุนที่ช่วยต่อลมหายใจ
ผศ.ดร.น.สพ.กฤตธี เดชยง คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เล่าว่า แนวคิดการจัดตั้งกองทุนเกิดจากปัญหาที่โรงพยาบาลพบมาโดยตลอด เพราะสัตว์ป่วยหลายตัวมีโอกาสรักษาให้หายได้ แต่เจ้าของกลับไม่มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายค่ารักษา ขณะที่โรงพยาบาลสัตว์ ม.อ. ไม่ได้มีภารกิจเพียงรักษาสัตว์ป่วยเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานศึกษาที่ใช้เคสจริงในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของนักศึกษาสัตวแพทย์อีกด้วย
เมื่อเจ้าของไม่สามารถรับภาระค่ารักษาได้ นอกจากสัตว์ป่วยจะเสียโอกาสในการรักษาแล้ว ยังส่งผลต่อโอกาสการเรียนรู้ของนักศึกษาที่ต้องอาศัยประสบการณ์จากการดูแลสัตว์ป่วยจริงด้วย
อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งกองทุนไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ เพราะต้องผ่านข้อกำหนดทางกฎหมายและระเบียบการบริหารเงินของหน่วยงานรัฐ รวมถึงต้องมีเงินทุนตั้งต้นที่เพียงพอ จึงต้องใช้เวลาในการผลักดันและจัดวางระบบให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง
“มอลลี่” จุดเริ่มต้นแห่งความเมตตา สู่โอกาสของสัตว์อีกหลายชีวิต
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นจากเรื่องราวของ “มอลลี่” สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี เพศเมีย ที่ตกเป็นข่าวสะเทือนใจ หลังถูกคนร้ายราดน้ำมันเบนซินและจุดไฟเผาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ ม.อ. และด้วยความเมตตา ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับ มอลลี่ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่
แม้ในท้ายที่สุด มอลลี่จะไม่สามารถทนพิษบาดแผลและเสียชีวิตลง แต่เรื่องราวของมอลลี่ได้สร้างความสะเทือนใจและความเมตตาจากผู้คนจำนวนมาก จึงร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ
น้ำใจที่เกิดขึ้นในวันนั้นไม่ได้สิ้นสุดลงพร้อมกับมอลลี่ เพราะเงินบริจาคส่วนหนึ่งได้ถูกนำมาต่อยอดเป็นเงินทุนตั้งต้นของ “กองทุนสงเคราะห์สัตว์ป่วย คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.อ.” ร่วมกับดอกผลจากกองทุนเดิมที่ได้รับในช่วงอุทกภัย
จากความช่วยเหลือที่เกิดขึ้นกับสัตว์ป่วยหนึ่งชีวิต จึงกลายเป็นโอกาสในการส่งต่อความเมตตาไปยังสัตว์อีกหลายชีวิตที่กำลังเผชิญความเจ็บป่วย และมีเจ้าของที่อยากรักษาแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์
ช่วยค่ารักษาสูงสุด 80% เปิดโอกาสให้สัตว์ป่วยเข้าถึงการรักษา
กองทุนสงเคราะห์สัตว์ป่วย ม.อ. มีเป้าหมายช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาล แต่ไม่ใช่การสนับสนุนทั้งหมด โดยเจ้าของยังสามารถร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามกำลังที่มี และช่วยให้สัตว์ป่วยได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
ดร.น.สพ.สุพิชชา แก้วมา รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์ ม.อ. และประธานอนุกรรมการกองทุนสงเคราะห์สัตว์ป่วย อธิบายว่า หลักเกณฑ์การช่วยเหลือแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ตามประเภทและความจำเป็นในการรักษา ได้แก่
- สัตว์ป่วยทั่วไป สนับสนุนร้อยละ 60 สูงสุดไม่เกิน 8,000 บาท
- สัตว์ป่วยที่ต้องผ่าตัด ทั้งเนื้อเยื่ออ่อนและกระดูก สนับสนุนร้อยละ 70 สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
- สัตว์ป่วยวิกฤต ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลใกล้ชิดและต่อเนื่อง สนับสนุนร้อยละ 80 สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท
ทั้งนี้ การขอรับทุนต้องผ่านการประเมินจากสัตวแพทย์ผู้รักษา ว่าเป็นกรณีจำเป็นต้องได้รับการรักษา หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาอาจส่งผลกระทบต่อชีวิต จากนั้นเจ้าของจะต้องยื่นเอกสารแสดงความขาดแคลนทุนทรัพย์ เช่น สลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชีธนาคาร รูปถ่ายที่พักอาศัย หรือหนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสม โดยกำหนดระยะเวลาพิจารณาไม่เกิน 3 วันทำการ
เจ้าของสัตว์สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือได้ 1 ครั้งต่อปีงบประมาณ โดยกองทุนมุ่งเน้นช่วยเหลือสุนัขและแมวเป็นหลัก แต่สัตว์เลี้ยงชนิดอื่นก็สามารถเข้าสู่การพิจารณาได้ตามความจำเป็นและเงื่อนไขของกองทุน
ช่วยแล้ว 19 เคส เดินหน้าต่อยอดน้ำใจให้ยั่งยืน
นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการ กองทุนสงเคราะห์สัตว์ป่วย ม.อ. ได้ให้ความช่วยเหลือสัตว์ป่วยแล้ว 19 เคส แบ่งเป็นสัตว์ป่วยวิกฤต 10 เคส สัตว์ที่ต้องผ่าตัด 8 เคส และสัตว์ป่วยทั่วไป 1 เคส ใช้งบประมาณช่วยเหลือไปแล้ว 155,202 บาท และยังมียอดเงินคงเหลือประมาณ 179,052 บาท (จากทุนตั้งต้น 334,254 บาท)
แม้ตัวเลขจะสะท้อนถึงความช่วยเหลือที่เกิดขึ้นจริง แต่สิ่งที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.อ. ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการรักษากองทุนให้สามารถเดินหน้าต่อได้ในระยะยาว เพราะทุกครั้งที่มีสัตว์ป่วยเข้ามาใหม่ หมายถึงอีกหนึ่งโอกาสที่จะช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงให้กลับไปอยู่กับครอบครัว
กองทุนจึงเตรียมเดินหน้าประชาสัมพันธ์และระดมทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเผยแพร่ข้อมูลการช่วยเหลือผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริจาคว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างตรงตามวัตถุประสงค์
ร่วมต่อลมหายใจให้เพื่อนสี่ขา เปลี่ยนความเมตตาเป็นโอกาสแห่งชีวิต
ผู้ที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสัตว์ป่วย สามารถติดตามข้อมูลและร่วมบริจาคได้ที่ Facebook: ทุนสงเคราะห์สัตว์ป่วย คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.อ. หรือสอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์ 074-289-607
เพราะสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง สุนัขและแมวไม่ใช่เพียงสัตว์ แต่คือสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว และสำหรับสัตว์ป่วยที่กำลังรอความช่วยเหลือ เงินบริจาคเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้มีชีวิตต่อ









