ก่อนน้ำมา เช็กให้ชัวร์!   6 เรื่องต้องรู้ประกันบ้านกับภัยน้ำท่วม

ก่อนน้ำมา เช็กให้ชัวร์! ประกันบ้านคุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่ เปิดเงื่อนไขความคุ้มครอง รู้วงเงินชดเชย ลดภาระฟื้นฟูหลังน้ำลด

น้ำท่วมแต่ละครั้งไม่ได้ทิ้งไว้เพียงคราบโคลนและความเสียหายของทรัพย์สิน แต่ยังตามมาด้วยค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและฟื้นฟูบ้าน  คำถามสำคัญคือ หากเกิดน้ำท่วมขึ้น เรามีหลักประกันอะไรที่จะช่วยแบ่งเบาภาระเหล่านี้ได้บ้าง?

ประกันภัย เป็นหนึ่งในเครื่องมือช่วยบริหารความเสี่ยง แต่ไม่ใช่ทุกกรมธรรม์จะคุ้มครองน้ำท่วมโดยอัตโนมัติ เจ้าของบ้าน จึงควรตรวจสอบเงื่อนไข ความคุ้มครอง และวงเงินชดเชยให้ชัดเจน ก่อนที่ภัยจะมาถึง

โดยปกติแล้ว เจ้าของบ้านมักจะทำประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยบางประเภทสามารถซื้อความคุ้มครองภัยเพิ่มเติมได้ ขณะที่ประกันบ้านแบบครอบคลุมหลายภัยอาจกำหนดวงเงินและข้อยกเว้นแตกต่างกันไป เจ้าของบ้านจึงควรตรวจสอบว่า กรมธรรม์คุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่ ครอบคลุมตัวอาคาร ทรัพย์สินภายในบ้าน หรือทั้งสองส่วน และมีวงเงินสูงสุดเท่าใด

ดังนั้นก่อนซื้อประกัน ควรตรวจสอบ 6 เรื่องสำคัญ ดังนี้

  1. เช็กประกันบ้าน คุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่  สำหรับประกันบ้านหรือประกันอัคคีภัย มีความคุ้มครองหลายประเภท เช่น ไฟไหม้ ฟ้าผ่า และภัยเนื่องจากน้ำ  บางกรมธรรม์มีความคุ้มครองภัยธรรมชาติ ไม่ใช่ทุกกรมธรรม์จะคุ้มครองน้ำท่วมและวงเงินแตกต่างกัน
  2. เช็กรายละเอียดในกรมธรรม์ “ภัยเนื่องจากน้ำ”   อาจหมายถึงภัยเนื่องจากน้ำอาจครอบคลุมอุบัติเหตุจากท่อน้ำรั่วหรือน้ำล้นจากระบบภายในอาคาร แต่ไม่ได้รวมความคุ้มครอง ภัยน้ำท่วมจากภายนอกอาคาร กรณีนี้เจ้าของบ้านสามารถซื้อประกันน้ำท่วมเพิ่มเติมได้
  3. เช็กทรัพย์สินที่คุ้มครอง ตรวจสอบกรมธรรม์คุ้มครองตัวอาคารและทรัพย์สิน ครอบคลุมผนัง พื้น เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไม่
  4. เช็กค่าที่พักชั่วคราว  ประกันบางแผนอาจชดเชยค่าเช่าที่พักชั่วคราว หากบ้านไม่สามารถอยู่อาศัยระหว่างซ่อมแซมจากภัยที่คุ้มครอง โดยมีข้อจำกัดด้านวงเงินและเงื่อนไข
  5. เช็กวงเงินและข้อยกเว้น  รายละเอียดวงเงินคุ้มครอง วงเงินชดเชยสูงสุด ระยะเวลารอคอย ค่าเสียหายส่วนแรกเป็นวงเงินต่อครั้งหรือต่อปี มีระยะรอคอยหลังทำประกันหรือไม่ รวมถึงข้อจำกัดเกี่ยวกับทรัพย์สินในชั้นใต้ดิน น้ำซึม ความชื้นสะสมหรือเงื่อนไขเฉพาะของพื้นที่เสี่ยงหรือไม่
  6. มาตรการ “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” กรณีน้ำท่วม รัฐมีเงินชดเชยเบื้องต้น 10,000 บาท และอาจได้รับเงินเพิ่มเติมตามความเสียหายจริง วงเงินรวมสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท/หลังคาเรือน/ครั้ง หากเกิดเหตุและความเสียหายเข้าเงื่อนไข สามารถแจ้งสิทธิทั้งสองระบบได้ การจ่ายค่า สินไหมและหลักการชดใช้ความเสียหาย เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับ

เพราะแม้จะมีประกันภัย แต่หากความเสียหายเกินวงเงินหรือเกิดจากภัยที่ไม่อยู่ในความคุ้มครอง เจ้าของบ้านก็อาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือเอง

น้ำท่วมบ้านแล้ว ต้องทำอย่างไรให้เคลมประกันได้?

เมื่อเกิดน้ำท่วม สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือความปลอดภัยของชีวิต ไม่ควรฝ่ากระแสน้ำหรือเข้าไปในอาคารหรือในบ้านที่ยังไม่ปลอดภัยเพื่อเก็บหลักฐาน แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายและสามารถเข้าพื้นที่ได้แล้ว เจ้าของบ้านควรดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้การเรียกร้องค่าสินไหมเป็นไปอย่างราบรื่น

1.แจ้งบริษัทประกันภัยโดยเร็ว  ตรวจสอบกรมธรรม์และแจ้งเหตุผ่านช่องทางของบริษัทประกันภัย พร้อมระบุสถานที่เกิดเหตุ ลักษณะความเสียหาย และเก็บเลขรับแจ้งเคลมไว้เป็นหลักฐาน

2. ถ่ายภาพและรวบรวมหลักฐานความเสียหาย บันทึกภาพและวิดีโอระดับน้ำ คราบน้ำที่ปรากฏบนผนัง พื้น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย พร้อมจัดทำรายการทรัพย์สินที่เสียหาย รวมถึงเก็บใบเสร็จหรือหลักฐานราคาซื้อไว้ประกอบการพิจารณา

3. อย่าเพิ่งซ่อมหรือทิ้งทรัพย์สิน  ควรรอให้บริษัทประกันภัยเข้าตรวจสอบหรือได้รับคำแนะนำก่อนดำเนินการซ่อมแซมและทิ้งทรัพย์สินที่เสียหาย แต่หากจำเป็นต้องดำเนินการเร่งด่วนเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม ควรถ่ายภาพไว้ก่อน เก็บใบเสร็จค่าใช้จ่าย และแจ้งบริษัทประกันภัยโดยเร็ว

4. ตรวจสอบผลประเมินค่าสินไหม  เมื่อบริษัทประกันภัยสำรวจความเสียหายแล้ว เจ้าของบ้านควรตรวจสอบรายการความเสียหายที่ได้รับอนุมัติ วงเงินชดเชย และค่าเสียหายส่วนแรก (ถ้ามี) หากพบว่าผลประเมินไม่ตรงกับความเสียหายจริง สามารถสอบถามเหตุผลและยื่นหลักฐานเพิ่มเติมได้

หากมีปัญหาเกี่ยวกับความคุ้มครอง การปฏิเสธสินไหม หรือการประเมินความเสียหาย สามารถขอคำแนะนำจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ได้ที่สายด่วน 1186

น้ำท่วมอาจเป็นภัยธรรมชาติที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่ความเสียหายและภาระค่าใช้จ่ายที่ตามมา สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้

ก่อนน้ำมาอย่าลืมตรวจสอบประกันบ้านให้แน่ใจว่าครอบคลุมน้ำท่วมหรือไม่ คุ้มครองทรัพย์สินส่วนใด และมีวงเงินเพียงพอหรือไม่ เพราะการรู้เท่าทันเงื่อนไขประกันภัยและเตรียมหลักฐานให้พร้อม จะช่วยให้การเรียกร้องค่าสินไหมเป็นไปอย่างถูกต้อง และทำให้การฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลดไม่กลายเป็นภาระที่หนักเกินกำลัง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *